พักฟื้นกันอยู่ครู่หนึ่ง
จู่ ๆ เสียงแตรสัญญาณก็ดังกระหึ่มไปทั่วค่าย
“บุกเต็มกำลังแล้ว!” ผู้เล่นบนเนินตื่นเต้นขึ้นมาทันที
จางเฉินลุกขึ้นยืนเช่นกัน
ประตูค่ายเปิดอ้า กองกำลังนับสิบทยอยกรูกันออกมา ก่อนแยกย้ายไปคนละทิศทาง
เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่วานรปีศาจผลึกแดง แต่เป็นฝูงสัตว์อสูร
“ใช้กลยุทธ์ถ่วงกำลัง ล่อให้ฝูงสัตว์อสูรกระจายออกไป จะได้ไม่เหลือโล่เนื้อให้เจ้าสัตว์เดรัจฉานนั่นใช้” ชายสวมเสื้อผ้าสีเทาคนหนึ่งเอ่ยชม
จางเฉินพยักหน้า
กลยุทธ์นี้ไม่ซับซ้อน แต่ลงมือทำจริงอันตรายถึงชีวิต
แม้สัตว์อสูรทั่วไปเหล่านั้นจะไม่แข็งแกร่งเมื่อสู้ตัวต่อตัว แต่ได้เปรียบที่จำนวน หากหลายร้อยตัวกรูกันเข้ามาพร้อมกัน ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นรวมปราณก็ยังต้องถูกถลกหนัง
ไกลออกไป การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว
กองกำลังแต่ละกลุ่มเปรียบดังดาบหลายเล่มที่แทงเข้าไปตรงขอบฝูงสัตว์อสูร สู้พลางถอยพลาง ล่อพวกมันไปคนละทิศละทาง
ฝูงสัตว์เริ่มแตกตื่น
ขบวนที่เดิมแน่นหนาราวกับแผ่นเหล็กเริ่มมีรอยร้าว
วานรยักษ์ดูเหมือนจะรู้ตัว มันคำรามด้วยความโกรธและพยายามเรียกฝูงสัตว์กลับมารวมกัน แต่หลินเกอไม่เปิดโอกาสให้มัน
ทุกครั้งที่เขาแทงทวน วานรยักษ์ต้องยกมือป้องกันจนไม่อาจทำอย่างอื่นได้
หลังผ่านไป 15 นาที ฝูงสัตว์อสูรก็ถูกล่อจนกระจัดกระจาย
ข้างกายวานรยักษ์เหลือสัตว์อสูรอยู่เพียงหลายสิบตัว
“มาแล้ว”
ทุกคนกลั้นหายใจ
หลินเกอขยับแล้ว
ไม่ใช่การหยั่งเชิงและต่อสู้พลางถอยพลางอย่างก่อนหน้านี้อีกต่อไป
ร่างทั้งร่างของเขากลายเป็นสายฟ้าสีแดงคล้ำ พุ่งตรงเข้าหาวานรยักษ์ คลื่นลมปราณที่แผ่ออกมาพัดสัตว์อสูรตลอดเส้นทางจนปลิวกระเด็น
ยอดฝีมือขั้นรวมปราณเจ็ดแปดคนตามหลังมา กระจายตัวเป็นรูปพัด ปิดทางหนีทุกทางของวานรยักษ์
