จางเฉินเพิ่งต่อยกะโหลกจระเข้เกล็ดเขียววารีที่เพิ่งปลุกสายเลือดขึ้นมาแตกละเอียดไปหมัดหนึ่ง ตอนกำลังก้มลงเก็บวัตถุดิบอสูร จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
เหล่าสัตว์อสูรรอบตัวไม่พุ่งเข้ามาแล้ว
ฝูงสัตว์ที่เดิมชุลมุนวุ่นวายหยุดชะงักลงทั้งหมด
หัวใจเขากระตุกวูบ
‘เกิดอะไรขึ้น’
เขายืดตัวขึ้น กวาดตามองไปรอบ ๆ
ทางซ้ายมีจิ้งจอกวิญญาณเนตรมรกตขั้นทะลุเส้นลมปราณระยะกลาง 3 ตัว ทางขวามีแรดเกราะเหล็กขั้นทะลุเส้นลมปราณระยะต้น 5 ตัว ด้านหน้ามีราชสีห์แผงคอเพลิงขั้นทะลุเส้นลมปราณระยะปลาย 4 ตัว ส่วนด้านหลังยังมีอสูรใหญ่ขั้นรวมปราณ 2 ตัวที่กลิ่นอายลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึงขวางอยู่
ราชันหมีเทาหลังเหล็กตบอกคำรามต่ำ ๆ ส่วนเข็มหางของราชาแมงป่องแยกปฐพีวาววับเย็นเยียบใต้แสงตะวัน
วงล้อมก่อตัวขึ้นแล้ว
‘ฟาร์มมอนจนโดนบอสล็อกเป้าเป็นอันดับแรกงั้นเหรอ? ระบบ นี่จงใจแกล้งกันใช่ไหม?’
จางเฉินบ่น
‘มันจะเกินไปหน่อยไหม?’
‘ฉันก็แค่ผู้เล่นอิสระขั้นหลอมกายคนเดียว พวกแกส่งขั้นรวมปราณมาคุมเชิง 2 ตัว แล้วให้ขั้นทะลุเส้นลมปราณเป็นลูกน้องอีก 11 ตัว งบเหลือใช้จนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรแล้วหรือไง?’
ปากก็บ่นไป แต่เท้าไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว
ร่างของเขาอาศัยกระแสลมที่คลื่นกระแทกพัดขึ้น ลอยเฉียงขึ้นกลางอากาศ หลบอุ้งเท้าหมีที่ฟาดลงมาตรง ๆ ได้อย่างฉิวเฉียด
ในเวลาเดียวกัน เข็มหางของราชาแมงป่องแยกปฐพีก็แทงเข้ามาจากด้านข้างแล้ว
จางเฉินบิดเอว เงาติดตาของก้าวย่างหงส์สะท้านปรากฏขึ้นตรงจุดเดิม ส่วนร่างจริงไถลไปอยู่ใต้ท้องราชาแมงป่องแล้ว
ปืนใหญ่ถล่มภูผา!
เขารัวหมัดใส่รอยต่อเกราะท้องของราชาแมงป่องหลายครั้ง
ทลายพินาศ·ขั้นสุดทำงาน คลื่นสั่นสะเทือนต่อเนื่อง 3 ระลอกระเบิดขึ้นบนผิวร่างราชาแมงป่อง
น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้เป็นสัตว์อสูรขั้นรวมปราณ ต่อให้โจมตีไปก็เหมือนแค่เกาให้คัน
เมื่อเห็นว่าตัวเองสร้างความเสียหายได้ไม่พอ ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาพัวพันต่อ
