ประตูตะวันออก
ตอนเจียงเฉินมาถึง แนวป้องกันชั้นนอกก็ถูกฝูงสัตว์บุกพังจนเกิดช่องโหว่แล้ว
หนูเขี้ยวเทา
หนูเขี้ยวเทาราวหนึ่งถึงสองร้อยตัว ขนาดพอ ๆ กับหมูตัวเล็ก ก้มหน้าก้มตาพุ่งชนกระสอบทรายกับเครื่องกีดขวางจนกระจัดกระจายไปหมด
ทหารพิทักษ์เมืองที่เฝ้าประตูยันอยู่ตรงช่องโหว่อย่างสุดกำลัง พลทวนเรียงแถวเป็นสองแนว ปลายทวนหันเข้าหาฝูงหนูที่กำลังพุ่งมา
แต่แรงพุ่งชนของหนูเขี้ยวเทารุนแรงเกินไป
ทวนแถวแรกถูกชนจนงอ แถวที่สองถูกชนจนหัก ส่วนทหารพิทักษ์เมืองกระเด็นลอยไปเหมือนลูกโบว์ลิง
“ต้านไม่ไหวแล้ว”
“หน่วยที่สองเข้ามาเสริม...”
“เสริมบ้าอะไร หน่วยที่สองเพิ่งถูกส่งไปปีกซ้าย!”
เจียงเฉินยืนมองเหตุการณ์อยู่ด้านหลังโดยไม่ลังเล
เขาล้วงลูกแก้วล่ออสูรออกมาจากอกเสื้อ
แสงสีเขียวส่องวูบวาบ
‘เข้ามาเลย’
เขาชูลูกแก้วขึ้น แล้ววิ่งออกไปนอกเมือง
ทหารพิทักษ์เมืองบนกำแพงถึงกับมองตาค้าง
“หมอนั่นทำอะไรน่ะ?!”
“บ้าไปแล้วหรือไง? จะบุกออกไปคนเดียวเนี่ยนะ?”
“เดี๋ยวก่อน... พวกสัตว์ปีศาจกำลังเปลี่ยนทิศ!”
ใช่แล้ว
กลิ่นอายของลูกแก้วล่ออสูรแผ่กระจายออกไป ผสานกับกลิ่นอายกระดูกหยกของเจียงเฉิน ฝูงหนูเขี้ยวเทาที่เดิมก้มหน้าพุ่งจู่โจมจึงหันขวับไปทางเจียงเฉินพร้อมกัน
เจียงเฉินยัดลูกแก้วกลับเข้าอกเสื้อ เร่งก้าวย่างหงส์สะท้านจนสุดกำลัง แล้วพุ่งทะยานออกไปยังที่รกร้างนอกเมือง
ฝูงหนูไล่ตามมา
ไม่ใช่แค่หนูเขี้ยวเทาเท่านั้น
แมงป่องหางแดง หมาป่าหนังเขียว และหมูป่าหลังเหล็กที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างหันหัวพร้อมกันแล้วกรูกันไปหาคนที่กำลังวิ่งหนี
