เจียงเจินนียังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกโจวลี่เซี่ยวดึงเข้าไปในห้อง
เธอพองแก้ม สะบัดมือเขาออก แล้วถามว่า “โจวลี่เซี่ยว คุณจะมาแต๊ะอั๋งฉันอีกทำไม?”
ตอนนี้โจวลี่เซี่ยวอารมณ์ดีมาก จู่ ๆ ก็โน้มตัวลงมาจูบแก้มเธอทีหนึ่ง “มีของดีจะให้ดู”
เจียงเจินนีรู้สึกว่าตัวเองชินกับการที่โจวลี่เซี่ยวแต๊ะอั๋งเธอไปแล้ว ถึงขั้นจูบเธอก็ยังไม่รู้สึกอะไร
ถึงอย่างไรตอนเธอหลับ เขาก็ยังทำเรื่องเกินเลยกว่านี้ อย่างเช่นบีบ…
พอคิดถึงเรื่องนั้น ใบหน้าก็แดงขึ้นมาอีกครั้ง ในใจกลับมีความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่าง แต่ปากยังแข็ง “ไม่ดู”
โจวลี่เซี่ยวค้นกระเป๋าของตัวเอง หยิบสมุดบันทึกเก่าเหลืองเล่มหนึ่งออกมา ก่อนเดินมาวางใส่มือเจียงเจินนี “ถือว่าพี่ขอร้องให้เธอดูแล้วกัน ได้ไหม?”
สายตาของเจียงเจินนีถูกดึงดูดไปทันที ที่แท้เป็นบันทึกการแพทย์ที่เขียนด้วยลายมือ
ช่วงหลายปีนั้น หนังสือจำนวนมากถูกทำลาย แม้แต่ตำราเรียนสมัยเธอเรียนก็มีค่ามากแล้ว ยังมีสมุดเขียนด้วยมือบางเล่มด้วย
ส่วนเล่มที่โจวลี่เซี่ยวถืออยู่นี้ เป็นลายมือของสือกวนซาน
“คุณไปเอามาจากไหน?”
เห็นดวงตาของเจียงเจินนีเป็นประกาย โจวลี่เซี่ยวก็รู้ว่าหยิบหนังสือมาให้ถูกเล่มแล้ว เขาขโมยมันมาจากห้องของสือกวนซานตอนครั้งก่อนที่ไปตักน้ำ
แน่นอนว่าเขาทิ้งข้อความไว้ด้วย ส่วนสือกวนซานจะทำหน้าอย่างไรตอนเห็น เขาไม่รู้หรอก
“ถ้าชอบก็ให้เธอ”
เจียงเจินนีรับมาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา แล้วพลิกดูสองสามหน้า หนังสือเล่มนี้เป็นบทสรุปของสือกวนซานจากประสบการณ์รักษาคนมาหลายปี ทั้งอาการเจ็บป่วยที่พบได้ทั่วไปและวิธีรักษา
