โจวจิงชวนพูดไม่ออกอยู่บ้าง “พูดแบบนี้ก็ตรงเกินไปแล้ว เธอไม่เคยผ่านเรื่องพวกนี้มาก่อน จะระแวดระวังน้อยกว่ามากก็ไม่แปลก”
โจวลี่เซี่ยวขมวดคิ้ว น้ำเสียงยังพอสงบ แต่ถ้อยคำที่เอ่ยออกมากลับไม่น่าฟังนัก
“จุดยืนของคุณมีปัญหาอยู่บ้าง พอเกิดเรื่องนี้ขึ้น พวกเราทุกคนต้องเผชิญกับผลลัพธ์จากความล้มเหลว”
“คุณรู้ดีว่าชายแดนเป็นสถานที่แบบไหน ความล้มเหลวเพียงครั้งเดียวอาจทำให้มีคนต้องเสียสละมากขึ้น ยังมีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ต้องตายอีก”
“ตอนนี้คุณใช้คำว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ เธอไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนเลยขาดความระมัดระวัง มาเป็นข้ออ้างกลบเกลื่อนเรื่องที่เกิดขึ้น แล้ว...คนบริสุทธิ์ที่ต้องตายอย่างน่าเศร้าเหล่านั้น ใครจะรับผิดชอบ?”
โจวจิงชวนชะงักไปครู่หนึ่ง ในใจก็รู้ว่าตนไม่ควรพูดเรื่องพวกนี้
แต่ถ้าไม่พูด แล้วอนาคตของเขาล่ะ?
เขาไม่อยากให้เหตุการณ์เข้าใจผิดครั้งนี้ทำลายอนาคตของตัวเอง
โจวลี่เซี่ยวหัวเราะหยันเบา ๆ “พวกเราต่างก็ฉลาด ผมรู้ว่าคุณทำไปเพื่ออะไร แต่ผิดก็คือผิด ไม่มีหรอกว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แค่รับผิดชอบต่อความผิดของตัวเองก็พอ”
เขาจัดหมวกทหารให้เข้าที่ ก่อนเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
โจวจิงชวนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ชั่วขณะหนึ่งกลับไม่รู้ว่าควรโกรธใครดี
โจวลี่เซี่ยวแวะไปที่กองบังคับการอีกครั้ง สั่งให้เสมียนไปเก็บองุ่นมาให้หน่อย
เขาเพิ่งสังเกตว่า ในบรรดาผลไม้ที่มีอยู่ตอนนี้ เจียงเจินนีชอบองุ่นที่สุด แต่ผลไม้ชนิดนี้บอบบาง เก็บรักษายาก แถมอากาศแถวนี้ก็แห้ง แค่ผ่านไปคืนเดียวก็เหี่ยวจนรสสัมผัสแย่ลงมาก
