ชวีจิ่งเปียวหันกลับไปมองสถานการณ์ในโรงกลั่นเหล้า
สุดท้ายเขาก็กัดฟันพูดว่า “ได้ ช่วงเริ่มต้นสร้างตัว ใครจะกล้าตบอกตัวเองแล้วบอกว่ามือสะอาดกันล่ะ”
“พี่น้อง ฉันขอพูดให้ชัดไว้ก่อนนะ ตอนแรกนายเป็นคนบอกเองว่าถ้าเกิดเรื่องขึ้น นายจะรับผิดชอบคนเดียว”
นี่คือข้อตกลงระหว่างพวกเขาสองคน เงินเป็นชวีจิ่งเปียวที่ออกให้ เขาคลุกคลีอยู่ทางใต้ จะไม่เข้าใจได้ยังไงว่าบารมีของเฝิงฮ่าวตงแผ่ไปกว้างขวางแค่ไหน เรื่องนี้ก็เหมือนเต้นรำอยู่บนคมมีด
เจิ้งจินกั๋วกัดฟันพูดว่า “ตอนนี้เราอยู่เรือลำเดียวกันแล้ว หวังว่าคุณชวีจะไม่ถอดใจตอนถึงเวลาสำคัญก็แล้วกัน”
ชวีจิ่งเปียวยิ้ม “วางใจได้ ฉันจะเป็นกำลังหนุนที่ซื่อสัตย์ที่สุดของนาย!”
“เอาละ เล่าแผนที่วางไว้ให้ฟังหน่อย”
จากนั้นทั้งสองก็หารือกันอย่างละเอียดถึงแผนก่อเรื่องในงานประชุมตัวแทนจำหน่ายของโรงกลั่นเหล้าเต้าฮวาที่จะจัดขึ้นมะรืนนี้
จางอ้ายหมินเป็นคนเก่งด้านเทคนิคก็จริง โรงกลั่นเหล้าในอำเภอหยวนหลี่ก็พอไปได้ เพราะทุกคนเป็นคนท้องถิ่นเดียวกัน
อาศัยน้ำใจไมตรีก็ยังพอประคองสถานการณ์ไว้ได้
แต่สถานการณ์ทางเมืองเซินไม่เหมือนกัน ในโรงงานมีคนจากสารทิศมารวมตัวกัน
จึงต้องมีคนที่ทำหน้าที่จัดการโดยเฉพาะ
ไช่จิ้นคิดอยู่นาน
สุดท้ายก็ตัดสินใจให้หลิวชิ่งเหวินเข้ามาทำงานในโรงกลั่นเหล้า
หลังผ่านธุรกิจขายต่อเครื่องบินมาแล้ว เจ้าหมอนี่ก็เปิดโลกทัศน์กว้างขึ้นมาก
ถึงจะยังไม่ถึงขั้นเป็นกัปตันเรือใหญ่กลางมหาสมุทร แต่พายุทั่ว ๆ ไปก็ยังรับมือไหว
หลิวชิ่งเหวินเป็นเหมือนขุนพลคนสำคัญของไช่จิ้น พอได้รับคำสั่งก็รีบเข้าไปประจำโรงกลั่นเหล้าทันที
