การโยนเงินลงพื้นเต็มไปด้วยการเหยียดหยาม
ถึงกับทำให้ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านหลังเฉินฮ่าวหน้าเสีย รีบพูดขึ้นทันทีว่า “คุณหนูใหญ่ ช่วยกรุณา...”
“หุบปาก ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่นายจะมาพูดกับพี่สาวฉันแบบนี้”
เฉินฮ่าวขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเกียจคร้านและวางอำนาจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ
ผู้ช่วยก้มหน้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวทันที แบ่งแยกสูงต่ำชัดเจน
เฉินฮ่าวหันไปพูดกับเฉินนีด้วยท่าทีเสแสร้งว่า “อยู่เมืองเซินใช้ชีวิตไม่ง่ายเลยนะพี่ ถ้าต่อไปลำบากเรื่องเงินก็ติดต่อฉันได้”
“เรื่องงานก็เรื่องงาน เรื่องส่วนตัวก็เรื่องส่วนตัว ยังไงพี่ก็เป็นพี่สาวแท้ ๆ ที่มีพ่อคนเดียวกัน ฉันคงไม่ยืนดูพี่ไปขอทานข้างถนนหรอก”
เฉินนีแค่นหัวเราะ “ขอบใจที่เป็นห่วง ฉัน เฉินนี ไม่มีทางตกต่ำถึงขั้นนั้นหรอก แล้วก็ขอให้นายดูแลตัวเองให้ดีด้วย”
พูดจบ เธอก็คว้ากระเป๋าบนเก้าอี้แล้วเดินออกไปทันที
ด้านหลัง เฉินฮ่าวถือแก้วไว้ รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏเต็มใบหน้า
เหอข่ายเห็นเฉินนีถูกไล่ไปก็เดือดขึ้นมาอีก พุ่งตรงเข้าไปหาเฉินฮ่าวทันที
เขาเหมือนไก่ชนที่พร้อมหาเรื่อง “เฉินฮ่าว นายหมายความว่ายังไง? ต่อหน้าพี่สาวตัวเองทำดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง?”
เฉินฮ่าวขมวดคิ้ว ไม่สนใจเขา
เหอข่ายยิ่งโมโห “ฉันพูดกับแกอยู่ หูหนวกหรือไง? มาทำตัวเป็นหมาหงอยต่อหน้าฉันทำไม!”
เฉินฮ่าวสูดหายใจลึก ก่อนลุกขึ้นตบหน้าเขาฉาดหนึ่ง
“ไสหัวไป!”
“แกกล้าลงมือกับฉันเหรอ!” เหอข่ายเดือดจนขาดสติ ตบสวนกลับไปเช่นกัน
