บรรยากาศในห้องพลันอึมครึมลง ไช่จิ้นอยากออกไปจริง ๆ
แต่ในบ้านหลังนี้มีโทรทัศน์อยู่แค่ในห้องของหลิวชิ่งเหวิน
ส่วนข่าวที่กำลังฉาย เขาก็อยากดูให้จบ
จึงได้แต่ฝืนใจพูดว่า “ฉัน...ขอดูข่าวนี้ให้จบในห้องพวกนายได้ไหม”
“ถ้านายรู้สึกอึดอัด ก็ออกไปรอข้างนอกก่อนก็ได้ อีกไม่กี่นาทีฉันก็ไปแล้ว”
กู้ชิวเยี่ยนรีบตอบว่า “ได้ งั้น...ฉันออกไปก่อนนะ”
พูดจบก็ใช้เสื้อผ้าห่อตัวแล้วรีบร้อนออกจากห้องไป
ไช่จิ้นนั่งลงบนเก้าอี้
พอมองไปก็เห็นเครื่องเล่นวิดีโอวางอยู่ใต้โทรทัศน์ด้วย
เขานึกสงสัยว่าหลิวชิ่งเหวินไอ้หมอนี่ไปซื้อมาเมื่อไหร่
พอมองเห็นหนังฮ่องกงหลายเรื่องที่วางอยู่บนเครื่องเล่นวิดีโอ เขาก็เข้าใจทันที
มิน่าเหวินปินถึงบ่นอยู่เรื่อยว่าห้องของหมอนี่ดูหื่น ๆ ทั้งที่ไม่มีผู้หญิงอยู่ด้วย แต่พอดึกสงัดกลับมีเสียงผู้หญิงร้องดังขึ้นมาเป็นประจำ
ไช่จิ้นหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ใส่ใจ
เขาจดจ่ออยู่กับโทรทัศน์เต็มที่
ในโทรทัศน์กำลังพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันของรัสเซีย
ประเด็นหลักคือการเปลี่ยนแปลงทางความคิดในรัสเซีย
คล้ายกับแนวคิดในยุค 80 ของหัวเซี่ยมาก หัวเซี่ยมีการปฏิรูปและเปิดประเทศ ส่วนสหภาพโซเวียตมีรูปแบบ “สหกรณ์”
นี่ล้วนเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์จากเศรษฐกิจแบบวางแผนไปสู่เศรษฐกิจตลาด
หัวเซี่ยเดินนำหน้าสหภาพโซเวียต แต่สหภาพโซเวียตเพิ่งตระหนักว่าแบบแผนเศรษฐกิจมีปัญหาหลังจากกำแพงเบอร์ลินถูกทุบทำลาย แล้วจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างล่าช้า
แต่ก็ยังไม่อาจแก้ไขสหภาพโซเวียตที่อุ้ยอ้ายจนเกินเยียวยาไปแล้วได้
