ไช่จิ้นเข้าใจดีว่า โครงการที่รัฐประกาศเปิดประมูลย่อมไม่อาจรอให้สินค้าของบริษัทเอกชนอย่างเขาวางตลาดก่อน
เขาเองก็ต้องอาศัยโนเกียช่วยปูทางในตลาดนี้
ต่อมาไช่จิ้นกับเสิ่นเจี้ยนก็หารือกันจนได้แนวทางที่เป็นรูปธรรม
เส้นทางนี้เสิ่นเจี้ยนเป็นคนชี้แนะให้ไช่จิ้น อีกทั้งเสิ่นเจี้ยนยังเป็นคนเก่าคนแก่ของเมืองหลวงที่ขึ้นชื่อเรื่องความมีน้ำใจต่อพวกพ้อง
ในเมื่อพี่น้องอยากทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือ แล้วในอนาคตเขาจะไม่สนับสนุนเต็มที่ได้ยังไง ในเมื่อเขาเป็นผู้นำของบริษัทเหลียนทง
ทั้งคู่ได้แผนความร่วมมือคร่าว ๆ ออกมาแล้ว
หลังโทรศัพท์มือถือของไช่จิ้นวางตลาด ก็จะกลายเป็นพันธมิตรของเหลียนทง
รูปแบบนี้ไช่จิ้นเป็นคนเสนอ ในชีวิตก่อนเขาเรียกความร่วมมือแบบนี้ว่า “โทรศัพท์ติดสัญญา”
ต่อมาเสิ่นเจี้ยนเสนอให้ไช่จิ้นเป็นตัวแทนจำหน่ายของเหลียนทง
ไช่จิ้นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปฏิเสธ
ข้อแรก ต่อให้เป็นตัวแทนจำหน่ายของเหลียนทง เพดานการเติบโตก็มีจำกัด อย่างไรเสียตัวแทนจำหน่ายรายหนึ่งย่อมใหญ่กว่าบริษัทแม่ของเหลียนทงไม่ได้
ข้อสอง เรื่องกำลังคน เขาไม่อยากขยายแนวรบให้ยาวเกินไป
จะทุ่มสมาธิให้กับโทรศัพท์มือถือ รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ และโรงงานเหล้า
ทั้งสี่ด้านนี้ยังไม่ได้ขึ้นรูปเป็นรูปเป็นร่างเลย แล้วเขาจะเอาเวลาที่ไหนไปทำอย่างอื่นอีก
เสิ่นเจี้ยนกินไปพูดไป “เอาเถอะ พี่น้อง จำไว้นะ ถ้านายอยากทำเมื่อไหร่ ก็บอกพี่ไว้”
“เออ ได้ยินเสี่ยวชิวกับพวกนั้นบอกว่า ที่เมืองหลวงมีผู้หญิงนิสัยเสียคนหนึ่งคอยหาเรื่องนายอยู่หรือ?”
“ทำไมไม่โทรมาบอกพี่ล่ะ ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้าง ต้องให้พี่กลับเมืองหลวงไปตบปากสักฉาดสองฉาดไหม?”
