เสียงโวยวายของผู้หญิงคนนั้นดังลั่น
ทุกคนฟังแล้วก็พอจะเข้าใจว่า สามีของเธอน่าจะทำงานอยู่ฝ่ายรักษาความสงบ
แต่พอคนรอบข้างหันไปมองไช่จิ้น ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า
ที่แท้หนุ่มเท่คนนี้ก็ถือโทรศัพท์มือถือรุ่นกระเป๋าหิ้วอยู่เหมือนกันเหรอ?
เป็นคนในเขตบ้านพักข้าราชการหรือไง?
ชั่วขณะนั้น ทุกคนก็เริ่มสนุกกับการยืนดูเรื่องวุ่นวาย
มีเพียงคนขับรถในรถที่ทำหน้าอมทุกข์ เขาเสียเวลาทำมาหากินก็เรื่องหนึ่ง แต่ใครจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเรียกคนมาจริง ๆ
คนธรรมดาอย่างฉันจะไปมีเรื่องกับคนพวกนั้นได้ยังไง?
ขณะที่คนขับกำลังทำอะไรไม่ถูก
ชายชราที่นั่งอยู่เบาะหลังพลันเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ต้องกลัว ไม่มีอะไรหรอก”
จากนั้นก็หันไปมองไช่จิ้นนอกรถ “หนุ่มน้อย พวกเธอสองคนขึ้นมาด้วยสิ เดี๋ยวเราค่อยไปพร้อมกัน”
“แล้วก็ขอยืมโทรศัพท์โทรออกสักสายได้ไหม?”
ไช่จิ้นกวักมือเรียกจี้หยวนให้ขึ้นรถ
พอขึ้นมาแล้ว เขาก็ยื่นโทรศัพท์มือถือให้ชายชรา “คุณปู่โทรก่อนเลยครับ โทรเสร็จแล้วผมก็ต้องโทรเหมือนกัน”
เห็นได้ชัดว่าเขาคิดจะโทรหาชิวจื้อหลี่ ให้พวกนั้นมาจัดการผู้หญิงที่ไม่ยอมเลิกราตรงหน้า
ชายชรายิ้ม “ขอบใจนะ”
รับโทรศัพท์มือถือไปแล้ว เขาก็หยิบสมุดโทรศัพท์เล่มเล็กจากกระเป๋าที่อกเสื้อ
ลายมือในสมุดเรียบร้อยและชัดเจนมาก
เขาพลิกหาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดหมายเลขตามที่จดไว้
ปลายสายมีคนรับอย่างรวดเร็ว
ชายชราพูดด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวเฉิน ฉันมาถึงเมืองหลวงแล้ว”
“ขอโทษด้วยนะ คงต้องรบกวนเธออีกแล้ว ทางนี้ฉันเจอเรื่องนิดหน่อย”
