“นี่คงเป็นคนที่เคยออกรบฆ่าทหารญี่ปุ่นมาแล้ว”
ไช่จิ้นมองตามแผ่นหลังของชายชราแล้วพึมพำ
จี้หยวนลูบหัวโล้นของตัวเอง “พี่จิ้นรู้ได้ยังไง?”
“ดูจากบุคลิกก็รู้แล้ว ทหารในยุคนั้น ใครบ้างที่ไม่เคยหลั่งเลือดเพื่อชาติ ไม่เคยสู้ตายด้วยดาบปลายปืน”
“อ้อ อาจารย์ผมก็เคยเล่าให้ฟังว่า วัดผู่ถัวเกือบถูกพวกทหารญี่ปุ่นทำลายเหมือนกัน”
ทั้งสองเดินคุยกันไปพลาง มุ่งหน้าไปยังถนนใหญ่เพื่อเรียกรถกลับ
จี้หยวนมองไช่จิ้นจากด้านหลัง รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่เข้าใจยากมาก
เวลาพี่จิ้นโหดเหี้ยมขึ้นมา เขาก็ใจดำอำมหิตยิ่งกว่าใคร โดยเฉพาะตอนเผชิญหน้ากับอิทธิพลต่าง ๆ ในเมืองเซิน
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนที่ขัดแย้งในตัวเองอย่างยิ่ง
คนหนุ่มสาวสมัยนี้มองจิงอันเหมินเป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว มีแต่ทหารผ่านศึกสูงวัยที่พอเดินผ่านแล้วจะยืนทำความเคารพจิงอันเหมินด้วยสายตาพร่าเลือน
แต่ไช่จิ้นกลับทำอย่างนั้นด้วย
ช่างเข้าใจยากจริง ๆ
จี้หยวนนึกถึงคำพูดที่เคยได้ยินจากนักพนันรุ่นเก๋าคนหนึ่งในเมืองเซินขึ้นมาได้ว่า ผู้ประสบความสำเร็จทุกคนล้วนมีความขัดแย้งหลายด้านอยู่ในตัว
บางทีพี่จิ้นอาจเป็นคนแบบนั้นก็ได้
หลังพิธีเชิญธง แสงอาทิตย์ยามเช้าก็สาดส่องทั่วเมืองหลวง
ผู้คนไม่น้อยยืนรอรถแท็กซี่อยู่ริมถนน แทบจะแย่งกันขึ้นรถ
ในที่สุดก็มีรถคันหนึ่งมาจอดตรงหน้าไช่จิ้นกับพวก
จี้หยวนรีบโบกมือเรียก
ชายชรากับคนอื่น ๆ อีกหลายคนก็รีบโบกมือพร้อมกัน ไม่นานรถที่เพิ่งจอดก็ถูกคนล้อมจนแน่น
