ไช่จิ้นใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวระหว่างคุยโทรศัพท์ พอวางสายก็โดดลงจากรถโดยสารทันที
หลิวชิ่งเหวินเห็นไช่จิ้นก็รีบวิ่งเข้ามาหา “พี่จิ้น เอายังไงดี ไปหาน้องชายของนายท่านจางกันเถอะ ไอ้เด็กเวรพวกนี้ถึงกับกล้ามารังแกกันถึงที่!”
ฟางอี้มีสีหน้าร้อนใจ แถมยังเจือความรู้สึกผิดอยู่ด้วย
ที่แท้เหตุผลสำคัญที่สุดที่ไช่จิ้นรีบร้อนกลับมาก็เพราะคนกลุ่มที่เคยไล่ล่าฟางอี้ในจงไห่เมื่อช่วงก่อนหน้าโผล่มาอีกแล้ว
ต้องยอมรับว่าคนพวกนี้มีฝีมือจริงอยู่บ้าง
ไช่จิ้นไม่พูดอะไร มือกำโทรศัพท์มือถือเครื่องใหญ่ไว้แน่น ก่อนเดินไปยังอาคารสำนักงาน
พอไปถึงก็เห็นประตูสำนักงานถูกสาดสีแดงใส่ บนกำแพงยังมีตัวอักษรใหญ่เขียนว่า ‘ใช้หนี้คืนเงิน’ เด่นสะดุดตาจนน่าขนลุก
ประตูกระจกถูกทุบ ส่วนสำนักงานด้านในก็โดนรื้อจนเละเทะ
ยังดีที่วันนี้กลางวันทั้งสองคนออกไปทำธุระ ไม่อย่างนั้นคงเกิดเรื่องกับทั้งคู่แน่
ไช่จิ้นเดินวนดูข้างในอย่างเย็นชา พิจารณาทีละจุด
ผ่านไปนาน เขาจึงเดินไปหยุดที่หน้าต่าง จุดบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่ง มองกั่งเฉิงฝั่งตรงข้ามแล้วพ่นควันออกไป
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า “เล่าเรื่องหมอนั่นให้ฉันฟัง ในเมื่อมันอยากเป็นก้าวแรกที่พวกเราจะเหยียบย่ำในเมืองเซิน งั้นก็ทำตามที่มันต้องการ เหยียบมันจมลงไปในโคลนเลย”
ฟางอี้เล่าตัวตนของเถ้าแก่โม่ให้ฟังเสียงเบาอยู่ด้านหลัง
เขาไม่ใช่คนเมืองเซิน และไม่ได้มีเชื้อสายหัวเซี่ย
เขาเป็นคนกั่งเฉิง พ่อแม่เป็นชาวหนานเยว่
