หลังกลับมาที่โรงงาน หลิวจวินยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์
หลิวเฟิ่งเซียนผู้เป็นอาก็ทำงานล่วงเวลาอยู่ด้วย เขาเลยเดินเข้าไปถามว่า “อา ได้ยินหรือยังว่าไช่จิ้นเข้ามาทำงานที่โรงงานแล้ว?”
หลิวเฟิ่งเซียนถือไม้กวาดทำทีเป็นกวาดพื้น เธอไม่มีความสามารถอะไร เข้ามาอยู่ในโรงงานก็ได้แต่ทำงานขนขยะ
คนประเภทเดียวกันย่อมอยู่ด้วยกันได้ หลิวเฟิ่งเซียนเพิ่งเข้ามาทำงานในโรงงานได้ไม่กี่วัน แต่ก็หาวิธีอู้งานอยู่ทุกวัน
พอได้ยินหลานชายพูดอย่างนั้น เธอก็รีบดึงเขาไปคุยด้านข้าง
“จวิน ได้ยินมาจากไหน?”
หลิวจวินถุยน้ำลาย “ฉันเห็นกับตา พี่น้องคู่นั้นเข้าไปในห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงงาน”
“จริงเหรอ?” หลิวเฟิ่งเซียนรู้สึกขัดใจขึ้นมาทันที
ถ้าพี่น้องคู่นั้นได้เข้ามาทำงานในโรงงาน ต่อไปบ้านพวกเขาก็จะอยู่ดีกว่าบ้านฉันไม่ใช่หรือไง?
บ้านหนึ่งมีคนทำงานกินเงินหลวงตั้งสองคนแล้วนะ
ความริษยาและอิจฉาพรั่งพรูขึ้นมาในใจทันที
เธอพึมพำว่า “โรงงานเหล้านี่มันยังไงกัน ธุรกิจดีก็ใช่ว่าจะรับใครต่อใครเข้ามาก็ได้นะ”
“ถ้าเป็นแบบนี้ โรงงานเราคงเจ๊งกันพอดี”
“นั่นสิ ผู้อำนวยการโรงงานตาถั่วหรือไง” หลิวจวินพูด “อา งั้นเราหาทางไล่สองคนนั้นออกดีไหม?”
คิ้วบนใบหน้าอ้วนกลมของหลิวเฟิ่งเซียนบางเฉียบ ขมวดเป็นปมบิดเบี้ยวเหมือนไส้เดือน
ประกอบกับใบหน้ากลมแบนของเธอ ยิ่งดูเป็นคนปากร้ายใจแคบ แค่มองก็ชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียน
ยิ่งไปกว่านั้น จิตใจยังโหดเหี้ยมอำมหิต
