ไช่ฟางไม่ได้คิดไปในทางนั้นจริง ๆ
ใครจะไปคิดถึงเรื่องนั้นกันล่ะ?
ถึงหวังเสี่ยวลี่จะโตมาในเมือง แต่เธอกับพี่น้องตระกูลไช่ก็สนิทกันมาตลอด
สนิทกันเหมือนคนในครอบครัว
แต่พอเห็นหวังเสี่ยวลี่สนใจเรื่องโรงกลั่นเหล้ามาก ไช่ฟางก็นึกถึงน้องชายตัวเองขึ้นมา
เธอรู้แล้วว่าน้องชายรับช่วงโรงกลั่นเหล้าไปทำ
แต่ตลอดเดือนกว่าที่ผ่านมา น้องชายออกจากบ้านแต่เช้า กลับดึกทุกวัน แทบไม่ค่อยได้เจอหน้า
เธอเองก็อยากไปดูน้องชายเหมือนกัน
จึงเอ่ยชวนเสียงเบา “งั้นเราไปดูที่โรงกลั่นเหล้ากันไหม?”
ถ้าไม่พูดก็คงไม่เป็นไร แต่พอพูดขึ้นมา หวังเสี่ยวลี่ก็ตอบรับอย่างกระตือรือร้นทันที “ดีเลย ๆ”
“รู้ไหมฟางฟาง ตอนนี้เหล้าจากโรงกลั่นในหมู่บ้านเธอดังแล้วนะ ในตัวอำเภอมีแต่เหล้าจากโรงงานพวกเธอเต็มไปหมด”
“จริงเหรอ ไช่จิ้นเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ” ไช่ฟางไม่รู้เรื่องที่น้องชายทำเลย
“อื้อ เก่งมากจริง ๆ ไปกันเถอะ เราไปดูกัน”
พูดจบ หวังเสี่ยวลี่ก็เหมือนภูตน้อยร่าเริงที่เดินเล่นยามค่ำคืน จูงไช่ฟางมุ่งหน้าไปโรงกลั่นเหล้าอย่างรวดเร็ว
หน้าประตูโรงกลั่นเหล้ายังคงมีคนต่อแถวอยู่มากมาย
สินค้าถูกทยอยขนออกจากโรงงานอย่างไม่ขาดสาย
ด้านนอกยังคงมีคนแย่งซื้อกันเป็นจ้าละหวั่น เสียงบ่นของคนที่แย่งสินค้าไม่ทันดังขึ้นเป็นระยะ
สภาพโรงงานไม่ค่อยดีนัก ด้านนอกเป็นถนนดินที่ปูด้วยหินกรวด รถสามล้อวิ่งเข้าออกจนฝุ่นฟุ้งไม่น้อย
แต่ประตูโรงกลั่นเหล้าที่อาบไล้ด้วยแสงไฟถนนสีเหลืองนวล กลับดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
