“ฉัน... ฉันไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง ขอโทษนะ นิสัยเสี่ยวจิ้นไม่ค่อยดีมาตลอด ฉันขอโทษแทนเขาด้วย”
ร่างบอบบางของไช่ฟางสั่นเทาเล็กน้อย
ท่ามกลางความมืดใต้แสงจันทร์ รอบข้างไร้ผู้คน ความรู้สึกโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งค่อย ๆ กลืนกินหัวใจของเด็กสาวผู้อ่อนแอ
หลิวเฟิ่งเซียนแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันผุเต็มปาก ก่อนหัวเราะเสียงดัง “ขอโทษงั้นเหรอ?”
“ถ้าขอโทษแล้วช่วยอะไรได้ โลกนี้จะมีตำรวจไว้ทำไม?”
“คุกเข่าลง!”
“ฉัน... คุณป้า เราเป็นเพื่อนบ้านกันนะ”
“ฉันบอกให้คุกเข่า! เพื่อนบ้านบ้าบออะไร ยืมเงินฉันไปตั้งนานกว่าจะคืน บ้านแกเป็นเพื่อนบ้านที่นิสัยแย่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ!”
ที่จริงตอนที่ไช่หมิงกั๋วยังมีฐานะดี ความสัมพันธ์ระหว่างสองบ้านถึงจะไม่ถึงกับสนิทสนม แต่ก็ไม่ได้เป็นศัตรูกัน
ไม่อย่างนั้นสามีของหลิวเฟิ่งเซียนจะให้ไช่หมิงกั๋วยืมเงินทำไม
แน่นอนว่าเงินก้อนนั้นเป็นเงินกู้คิดดอกเบี้ย
ตอนนั้นไช่หมิงกั๋วยืมไปแค่ 10 หยวน แต่หลิวเฟิ่งเซียนกลับเพิ่มดอกเบี้ยจนกลายเป็น 100 หยวน
ดังนั้นหนี้ 100 หยวนนี้จึงไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรก
พูดจบ หลิวเฟิ่งเซียนก็เตะเข้าที่หัวเข่าของไช่ฟางทันที ไช่ฟางจะสู้ผู้หญิงปากร้ายคนนี้ได้อย่างไร ยิ่งมีหลิวจวินช่วยอีกแรง เธอจึงถูกกดลงกับพื้นอย่างหมดทางขัดขืน
ในที่สุดหลิวเฟิ่งเซียนก็ได้เป็นฝ่ายกุมอำนาจ ยิ่งควบคุมตัวเองไม่อยู่ เธอฟาดฝ่ามือใส่หน้าไช่ฟางสองฉาด
จากนั้นก็ตะคอกว่า “จำใส่หัวไว้ ต่อให้พวกแกพี่น้องได้เข้าทำงานโรงงานเหล้า บ้านแกก็อย่าหวังจะมาผยองต่อหน้าฉัน!”
