ไช่จิ้นเห็นไช่เซียนซานวิ่งเข้ามาหา จึงรีบย่อตัวลง
เขาชูผลไม้ในมือขึ้นพลางถามว่า “ดูสิ พี่ซื้ออะไรมาให้”
ไช่เซียนซานเป็นเด็กตะกละตัวน้อย เธอยังไม่ทันเช็ดน้ำตาให้แห้ง ดวงตาก็จ้องแอปเปิลสีแดงสดในถุงเขม็ง
“ว้าว พี่ นี่แอปเปิลใช่ไหม”
“คิดว่าไงล่ะ” ไช่จิ้นใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาบนใบหน้าน้อย ๆ ของเธอเบา ๆ
“พี่ เอามาให้หนู หนูอยากกิน”
เด็กหญิงตัวน้อยรีบแย่งไปกินจนแทบรอไม่ไหว ไหนเลยจะยังมีสภาพร้องไห้ฟูมฟายเมื่อครู่นี้
ไช่จิ้นกดศีรษะเล็ก ๆ ของเธอไว้ “ตอนนี้ยังกินไม่ได้ กลับบ้านไปล้างก่อนค่อยกิน ไม่งั้นเดี๋ยวพยาธิไชท้อง!”
ไช่เซียนซานทำหน้าเป็นกังวล
ไช่ฟางก็รีบเดินเข้ามาหาเช่นกัน
ใบหน้ารูปไข่ราวกับสายน้ำมองเขา “เสี่ยวจิ้น กระดาษพวกนั้นเอาไปแลกเป็นเงินจริง ๆ เหรอ”
“ทำไมถึงซื้อของมาเยอะแยะขนาดนี้ล่ะ”
ไช่จิ้นอารมณ์ดีมาก หลังจากเดินทางเหน็ดเหนื่อยมาหลายวัน พอได้เห็นพี่สาวกับน้องสาวกลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลย
“กลับบ้านก่อน เดี๋ยวผมค่อยเล่าให้ฟังละเอียด ๆ”
“พ่ออยู่บ้านไหม”
“ไม่อยู่ พ่อไปยืมเงิน”
“อ๋อ งั้นกลับบ้านกันก่อนเถอะ”
พี่น้องทั้งสามเดินไปยังบ้านดินของตระกูลไช่
แต่เด็กตะกละอย่างไช่เซียนซานกลับไม่ละสายตาจากแอปเปิลที่ไช่จิ้นถืออยู่เลย
บางครั้งไช่จิ้นถือจนเมื่อยมือ ก็เปลี่ยนไปถืออีกข้าง
เด็กหญิงตัวน้อยก็เดินตามไปอีกด้านด้วย
เธอเงยหน้าที่ยิ้มแย้มขึ้นมาถามไม่หยุดว่า
“พี่ ถือจนเมื่อยไหม ให้หนูช่วยถือดีไหม”
“พี่ เอาออกมาให้หนูถือสักสองลูกไหม แบบนี้ถุงก็จะเบาลงเยอะเลย”
“พี่ เดี๋ยวหนูกินทีเดียวสองลูกได้ไหม”
สำหรับไช่เซียนซานแล้ว ผลไม้เพียงอย่างเดียวที่เธอเฝ้ารอจะได้กินมาตั้งแต่เล็กจนโต ก็คือพุทราเปรี้ยวจากต้นเก่าแก่ที่อยู่หน้าบ้าน
พอถึงฤดูใบไม้ผลิ เธอก็จะถามไช่จิ้นว่า “พี่ ทำไมต้นพุทราเปรี้ยวยังไม่ออกดอกอีกล่ะ”
พอถึงฤดูร้อนก็ถามว่า “ดอกร่วงหมดแล้ว แล้วผลจะสุกเมื่อไรล่ะ”
พอถึงฤดูใบไม้ร่วงก็ว่า “พี่ รีบเก็บผลให้หนูสิ ถ้าปล่อยให้แก่เดี๋ยวก็เน่าคาต้นหรอก!”
พอถึงฤดูหนาวก็ถามว่า “พี่ ต้นพุทราเปรี้ยวจะออกดอกเมื่อไรล่ะ”
ฤดูใบไม้ผลิผ่านไป ฤดูใบไม้ร่วงเวียนมา ไช่เซียนซานถามคำถามแบบนี้ทุกวัน
นี่คือชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กในครอบครัวยากจนในยุคนั้น
…
ลองนับดู นี่เป็นครั้งแรกในปีนี้ที่กลิ่นเนื้อลอยออกมาจากบ้านอิฐดินของตระกูลไช่
ไม่ใช่ว่าไช่หมิงกั๋วใจดำกับลูกทั้งสาม แต่หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตจากนาในแต่ละปีและส่งธัญพืชส่วนกลางแล้ว ธัญพืชที่เหลืออยู่เพียงนิดหน่อยก็ถูกเจ้าหนี้ในหมู่บ้านขนไปหมด
กลิ่นเนื้อจึงเรียกความสนใจจากคนในหมู่บ้านได้ทันที
หลังกลับถึงบ้าน ไช่ฟางก็ลงมือทำอาหารหลายอย่างอย่างคล่องแคล่ว
รออยู่นานก็ไม่เห็นพ่อกลับมา เธอจึงวิ่งไปดูที่นา แต่ก็หาไม่เจอ
พี่น้องทั้งสามจึงได้แต่ตักกับข้าวไว้ให้พ่อ แล้วกินกันก่อน
บนโต๊ะอาหาร เสี่ยวซานกินอย่างเอร็ดอร่อย ปากมันเยิ้มไปด้วยน้ำมันจากเนื้อ ใบหน้าเปื้อนยิ้มไร้เดียงสา
ไช่ฟางกินอย่างเรียบร้อยเงียบ ๆ
เธอถามไช่จิ้นหลายเรื่อง
เขาจึงทำได้แค่อธิบายทีละนิด
ขณะที่กำลังกินกันอย่างมีความสุข จู่ ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงพูดจาหยาบคายดังมาจากด้านนอก
เป็นเสียงของหลิวเฟิ่งเซียน เพื่อนบ้านข้างบ้าน
“ไช่หมิงกั๋ว! ฉันรู้อยู่แล้วว่าบ้านแกมีเงิน!”
“ลูกชายแกซื้อเนื้อกลับมาตั้งเยอะ คิดว่าคนทั้งหมู่บ้านตาบอด มองไม่เห็นหรือไง!”
“ออกมาคืนเงินเดี๋ยวนี้! ไอ้หน้าด้าน!”
เมื่อไช่เซียนซานได้ยินเสียงนั้นก็กลัวมาก เธอวางชามข้าวแล้วหลบไปอยู่ข้างหลังไช่ฟาง
หลิวเฟิ่งเซียนเป็นเพื่อนบ้านของพวกเขา เป็นผู้หญิงใจร้ายมากคนหนึ่ง
เธอเคยลงไม้ลงมือกับไช่เซียนซานอยู่หลายครั้ง ทั้งหยิกเนื้อ ตบหน้า กระทั่งแอบเอาเข็มแทงเด็กน้อยด้วย
ไช่จิ้นจำได้ว่าตอนนั้นเขาอายุแค่ 13 ปี ส่วนไช่เซียนซานเพิ่ง 2 ขวบ เพียงเพราะไช่เซียนซานวัยสองขวบไล่ไก่ของบ้านหลิวเฟิ่งเซียน หญิงใจร้ายคนนี้ก็หลอกเด็กไปที่บ้านแล้วใช้เข็มแทง
พอเห็นรอยเข็มบนตัวไช่เซียนซาน เขาก็พุ่งไปบ้านเธอแล้วตบตีกัน
สุดท้ายไช่หมิงกั๋วก็รีบกลับมาขอโทษและพาเขากลับบ้าน
เมื่อเป็นหนี้คนอื่น ก็ทำได้แค่ก้มหัวพูดจาอ่อนน้อมอย่างไร้ศักดิ์ศรี
ไช่จิ้นจึงเกลียดผู้หญิงคนนี้มากเป็นพิเศษ
เขาเดินเข้าไปด้านในโดยไม่พูดอะไร แล้วหยิบธนบัตร 100 หยวนออกมาจากกระเป๋า
นี่คือเงินที่บ้านเขาติดค้างหลิวเฟิ่งเซียน
หลิวเฟิ่งเซียนเดินมาถึงหน้าประตู ดวงตาเล็ก ๆ ที่แสนร้ายกาจของเธอฉายแววถากถางอย่างที่สุด
เธอมองเข้าไปในบ้านแล้วถามว่า “ไช่หมิงกั๋วอยู่ไหน”
ไช่ฟางตอบเสียงเบา “พ่อยังไม่กลับมา”
“ไม่กลับมา แล้วพวกแกเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อ”
ฟึ่บ!
สิ้นเสียง ไช่จิ้นก็โยนธนบัตรใบละร้อยใส่ตัวเธอทันที
“ใช้หนี้แกแล้ว อย่ามาโวยวายเอะอะในบ้านฉัน เรื่องที่แกทำร้ายพี่น้องฉันตอนฉันอายุ 13 ฉันไม่เคยลืม อย่าหาว่าฉันไม่เตือน ถ้าฉันอดทนไม่ไหวขึ้นมา ฉันลงมือแน่”
หลิวเฟิ่งเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มเก็บธนบัตรร้อยหยวนบนพื้น
เธอชูมันขึ้นส่องกับแสงแดดด้านนอก พลิกดูไปมานานก่อนพึมพำว่า “เงินจริงด้วยนี่”
จากนั้นก็ถามเสียงแหลมอย่างหาเรื่องว่า “บ้านแกเอาเงินมาจากไหน”
ไช่จิ้นหันกลับไปมอง “ฉันต้องอธิบายให้แกฟังด้วยเหรอ”
“เฮ้ย ไอ้เด็กเมื่อวานซืน โตขึ้นมาแล้วคิดว่าเก่งนักหรือไง” หลิวเฟิ่งเซียนถกแขนเสื้อแล้วพุ่งเข้ามา
ต่อหน้าเธอ ไช่หมิงกั๋วยังไม่กล้าปริปากเลย แล้วลูกชายของเขาจะมีค่าอะไร!
หลายปีมานี้ หลิวเฟิ่งเซียนซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงคอยกดขี่ครอบครัวพวกเขา จนชินกับการวางอำนาจและไม่เห็นหัวใคร
พอถูกไช่จิ้นสวนกลับแบบนี้ เธอก็ยิ่งเดือดดาล
ไช่ฟางร้อนใจ กำลังจะลุกขึ้นพูดไกล่เกลี่ย
แต่ไช่จิ้นกลับไม่พูดพร่ำทำเพลง ลุกขึ้นตบหน้าหลิวเฟิ่งเซียนฉาดใหญ่เต็มแรง
เนื้อแก้มสั่นสะเทือน ร่างของเธอเซไปด้านข้าง เกือบล้มลงกับพื้น
เธอรีบคว้าผนังไว้ แล้วระเบิดอารมณ์ออกมาทันที “ฉันจะตีแกให้ตาย ไอ้เด็กเหลือขอ!”
“นี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่มีใครจัดการแกได้แล้วใช่ไหม!”
แกมันร้าย ฉันก็จะร้ายกว่าแก!
ไช่จิ้นคว้าไม้ท่อนหนึ่งจากข้างตัว แล้วฟาดใส่เธอเต็มแรงพร้อมเสียงดังปัง
แต่ไม้ท่อนนั้นไม่ได้โดนตัว กลับฟาดลงตรงหน้าปลายเท้าหลิวเฟิ่งเซียน
ทว่าเสียงนั้นก็ทำให้หลิวเฟิ่งเซียนได้สติอย่างแท้จริง
เมื่อเห็นไช่จิ้นตาแดงก่ำ เธอก็หงอไปทันที
ถ้าไม้เมื่อครู่ฟาดโดนไอ้เด็กนี่จริง ๆ ฉันคงล้มหมอนนอนเสื่อไปแล้วไหมล่ะ
ร่างของเธอสั่นเล็กน้อย รีบถอยหลังไปหลายก้าวแล้ววิ่งไปถึงหน้าประตู
เธอชี้หน้าไช่จิ้น “โตขึ้นแล้วรู้จักข่มขู่คนอื่นแล้วสินะ”
“ได้! เดี๋ยวไช่หมิงกั๋วกลับมา ฉันจะให้เขามาจัดการแก ไอ้เด็กเหลือขอ!”
พูดจบเธอก็รีบหันหลังวิ่งหนี กลัวว่าไช่จิ้นจะตามออกมาตี
ไช่จิ้นโยนไม้ทิ้ง
เขากลับไปนั่งที่โต๊ะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วมองพี่สาวน้องสาวทั้งสองที่ยังอึ้งอยู่
“คนแบบนี้ใจร้าย เราก็ต้องร้ายกว่า ถึงจะทำให้เขากลัว”
“กินข้าวเถอะ”
“อ๋อ” ไช่ฟางยังมึนงงอยู่
เธอรู้สึกว่าน้องชายเหมือนเปลี่ยนไปมากในชั่วพริบตา
เมื่อก่อนเขาไม่เห็นจะทำแบบนี้เลย
เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ
หลิวเฟิ่งเซียนถูกไช่จิ้นขู่จนหนีไป หลังจากใจเย็นลงแล้ว เธอจะรู้สึกสบายใจได้อย่างนั้นหรือ
ยิ่งนั่งคิดอยู่ในบ้านก็ยิ่งไม่เข้าใจ
เธอกัดฟันพูดว่า “บ้านแกมีเงินแล้วใช่ไหม”
“ฉันจะดูซิว่าบ้านแกมีเงินมากแค่ไหน!”
“คืนหนี้งั้นเหรอ ฮึ ฉันอยากรู้ว่าแกจะมีปัญญาคืนหนี้คนทั้งหมู่บ้านไหม!”
“คนชั้นต่ำทั้งบ้าน ฉันเห็นแล้วขัดหูขัดตา!”
จากนั้นผู้หญิงใจร้ายคนนี้ก็เริ่มเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วหมู่บ้าน
เจอใครก็พูดว่าไช่หมิงกั๋วมีเงินใช้หนี้แล้ว ให้รีบไปทวงเงิน
เธอตั้งใจจะให้คนทั้งหมู่บ้านไปบีบครอบครัวพวกเขาจนตาย เพื่อระบายความแค้นที่ถูกตบเมื่อครู่นี้!
