คำพูดของเว่ยเจียวชางทำให้บรรยากาศระหว่างไช่จิ้นกับหวังเสี่ยวลี่พลันกระอักกระอ่วนขึ้นมา
ไช่จิ้นกลับไม่คิดมาก หัวใจวัยหลายสิบปีของเขาด้านชาจนมีหนังหนา ๆ หุ้มไว้ชั้นหนึ่งแล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจ
แต่ไม่ว่าอย่างไรหวังเสี่ยวลี่ก็ยังเป็นสาวน้อยวัย 18 ปี
เด็กสาวในยุคนี้ต่างมีจิตใจบริสุทธิ์ไร้เดียงสา จู่ ๆ ก็ถูกคนเข้าใจผิดว่าเป็นคู่รักกัน
ย่อมทำให้รู้สึกกระดากอายจนพูดไม่ออกอยู่บ้าง
ระหว่างทางไปส่งหวังเสี่ยวลี่ ไช่จิ้นปั่นจักรยานเงียบ ๆ พลางคิดถึงเรื่องที่จะทำต่อไป
จนมาถึงหน้าบ้านของหวังเสี่ยวลี่
ไช่จิ้นลงจากรถแล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “ขอบคุณนะพี่ลี่ ถ้าไม่มีพี่ ผมคงต้องอ้อมไปอีกตั้งหลายทาง”
ในปี 1991 อำเภอหยวนหลี่เงียบสงบเป็นพิเศษ ไม่มีแสงนีออนฉูดฉาด ไม่มีเสียงเบสจากลำโพงดังอึกทึกน่ารำคาญ
แสงจันทร์ที่โปรยลงมาจากฟากฟ้าดูบริสุทธิ์ไร้มลทิน
ใต้แสงจันทร์ ใบหน้าเล็ก ๆ ของหวังเสี่ยวลี่แดงระเรื่อน่ารัก
เธอเงยหน้าสวย ๆ ขึ้นอย่างพยายามแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอก นายเป็นน้องชายของฉันนี่นา”
“คืนนี้นายพักที่โรงแรมรับรองไหม?”
ไช่จิ้นยิ้มเจื่อน ๆ พลางส่ายหน้า “ไม่ล่ะ ผมเดินกลับดีกว่า เดินสักไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงบ้านแล้ว”
“พรุ่งนี้เช้าขวดแก้วกับวัสดุบรรจุภัณฑ์จากโรงงานจะมาถึง ผมยังต้องไปสอนคนงานกรอกเหล้าแล้วก็แพ็กของอีก”
“จะได้ยังไงล่ะ ถ้าเกิดเจอหมาป่าบนทางเขาจะทำยังไง?” หวังเสี่ยวลี่หลุดปากถามตามสัญชาตญาณ
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่งจักรยานให้เขา “เอาจักรยานฉันกลับไปเถอะ อีกไม่กี่วันฉันก็ต้องไปหาเธอเล่นอยู่แล้ว ค่อยปั่นกลับมาก็ได้”
