หลิวเฟิ่งเซียนชอบนินทาลับหลังคนอื่น แถมยังคอยยุยงคนอยู่เสมอ
แต่ถึงอย่างไรเธอก็เป็นพนักงานใหม่ของโรงงาน
เพราะงั้นพอถึงเวลาสำคัญ เธอจึงไม่กล้าออกหน้าให้จางอ้ายหมิง พอเขาเปิดปากพูด ผู้หญิงใจแคบคนนี้ก็รีบหลบเข้าไปในฝูงชนอีกครั้ง ไม่พูดอะไรสักคำ
พนักงานเก่าคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า สีหน้าโกรธเกรี้ยว “ลุงจาง พวกเราทำงานกับคุณมาหลายสิบปี เชื่อมั่นในนิสัยของคุณมาตลอด”
“แต่คุณทำเรื่องบ้าอะไรลงไป? อยู่ ๆ ก็ขนเหล้าในโกดังออกไปเงียบ ๆ แล้วพวกเราจะใช้ชีวิตกันยังไง?”
จางอ้ายหมิงเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาขมวดคิ้ว มองหลิวเฟิ่งเซียนที่หลบอยู่หลังคนอื่น
หลิวเฟิ่งเซียนสะดุ้ง รีบถอยหลังไปอีกหลายก้าว พยายามทำตัวให้พ้นจากการตกเป็นเป้าระบายความโกรธของจางอ้ายหมิงให้มากที่สุด
จางอ้ายหมิงทำหน้าบึ้ง เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “โรงงานเปิดมาหลายสิบปี ตั้งแต่ฉันจางอ้ายหมิงเป็นผู้จัดการโรงงานมา เคยค้างค่าแรงพวกคุณเมื่อไหร่?”
“เหล้าพวกนั้นขายหมดตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
“ในเมื่อพวกคุณมากันแล้วก็ดี งั้นรีบจ่ายค่าแรงให้เสร็จ แล้วรีบกลับไปทำงานที่โรงงานได้แล้ว ยังมีออร์เดอร์อีกเป็นพันรอผลิตอยู่”
พูดจบเขาก็เอามือไพล่หลังเดินเข้าไปในบ้าน
คนที่อยู่ข้างนอกต่างพากันชะงัก
ขายหมดแล้วเหรอ?
หลิวเฟิ่งเซียนเป็นคนแรกที่ได้สติ เรื่องจ่ายเงินแบบนี้ ฉันจะไม่ไปต่อแถวเป็นคนแรกได้ยังไง
เธอรีบเบียดแทรกไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ
แต่พนักงานเก่าคนเดิมกลับดึงเธอถอยหลังทันที “เบียดอะไรของเธอ ไปต่อแถวข้างหลัง!”
