จู่ ๆ ไช่จิ้นก็นึกถึงท่าทีแปลก ๆ ของพี่สาวในวันนี้ขึ้นมา จึงเอ่ยถามว่า “ใช่ มีอะไรเหรอ?”
จางอ้ายหมิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนพูดว่า “เมื่อคืนหลังเลิกงาน เพราะดึกมากแล้ว ฉันเลยลัดทางกลับบ้าน”
“เดินไปได้ครึ่งทางก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งหนีอยู่ในนา”
“ข้างหลังมีหลิวจวินกับหลิวเฟิ่งเซียน เพื่อนบ้านของนาย ด่าทอเสียงดัง”
“ฉันคิดว่าพี่สาวนายอาจโดนพวกเขารังแก ก็เลยจะเข้าไปช่วย แต่ไปไม่ทันสองอาหลานคู่นั้น”
“แต่ฉันก็ไม่แน่ใจนะว่าเป็นพี่สาวนายหรือเปล่า เพราะตอนนั้นกลางคืน มองไม่ค่อยชัด”
พอไช่จิ้นได้ยินดังนั้น สีหน้าก็มืดครึ้มลงอย่างถึงที่สุด
ไออำมหิตมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่าง
แต่เขาก็ยังข่มใจเอาไว้ได้
เขาพูดด้วยน้ำเสียงลึกล้ำยากหยั่งถึงราวกับทะเลลึกว่า “ฉันรู้แล้ว นายไปประกาศรายชื่อคนที่ถูกไล่ออกข้างนอกก่อน”
จางอ้ายหมิงเห็นไช่จิ้นเหมือนภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด จึงกำชับว่า “อย่าหุนหันพลันแล่นนะ ฉันเองก็ไม่แน่ใจ”
จากนั้นก็ถือรายชื่อเดินออกจากห้องทำงานไป
สิบกว่านาทีต่อมา ไช่ฟางก็มาถึง
เพราะเมื่อวานตกลงกันแล้วว่าต่อไปไม่ต้องไปทำงานในนา ให้ทำงานอยู่ในโรงงานแทน
เรื่องเมื่อคืนทำให้หญิงสาวคนนี้ตกใจไม่น้อย
เดิมทีก็เป็นคนอ่อนแอขี้กลัวอยู่แล้ว พอเข้ามาจึงไม่กล้าเงยหน้ามองไช่จิ้น
เธอเดินไปที่กองเอกสารบัญชีซึ่งยังต้องจัดการ
ไช่จิ้นที่กำลังหน้าบึ้งอยู่ตรงนั้นจู่ ๆ ก็ถามเสียงเย็นว่า “พี่ เมื่อคืนตอนกลับบ้านเจอเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
