“เชิญตามสบาย”
นี่คือคำตอบของเนียวานนอฟ
เขาพูดภาษาจีนกลางได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อย แถมยังแทบไม่ชายตามองเหอจื้อจวินด้วยซ้ำ
คนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างตกตะลึงไม่น้อย
ตลอดชั่วโมงกว่า ๆ ที่ผ่านมา เนียวานนอฟคุยกับเจิ้งเฮ่อจินเป็นภาษารัสเซียมาโดยตลอด
พวกเขาคิดว่าที่เนียวานนอฟทำตัวเย็นชา เป็นเพราะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง
ใครจะคิดว่าเขาพูดภาษาจีนได้ นี่เห็นชัด ๆ ว่าตั้งใจเมินพวกเขาโดยเฉพาะ
พูดจบ เนียวานนอฟก็มองนาฬิกา “เพื่อนของผมรออยู่ในห้องข้าง ๆ มาตลอด”
“สหายเจิ้ง มากับผมหน่อย”
ทหารสหภาพโซเวียตรุ่นเก่ายังคงนิยมเรียกผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันว่า ‘สหาย’
เจิ้งเฮ่อจินยิ้ม “ได้ครับ เชิญเลยครับอาจารย์”
จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากห้องส่วนตัวไป
พอทั้งคู่เดินออกไปแล้ว
เฉินเหนียนฮวาก็รีบถามทันที “ทางเสี่ยวข่ายเกิดอะไรขึ้น?”
สีหน้าเหอจื้อจวินย่ำแย่มาก “ยังไม่รู้ ไป เราออกไปดูกัน”
เขาหันไปดุลูกน้องที่เข้ามารายงาน “นำทางไป!”
ลูกน้องไม่กล้าชักช้า รีบพุ่งออกไปอย่างดุดัน
แต่พอลูกน้องคนนั้นเห็นเนียวานนอฟเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวของไช่จิ้นกับพวก
ขาก็แข็งทื่อ ยืนตัวสั่นอยู่กับที่
“คุณเหอ... คุณเนียวานนอฟกับคนในห้องนั้น...”
“อะไร?” เหอจื้อจวินเริ่มโมโห
ตุบ!
“คุณชาย... คุณชายถูกคนในห้องนั้นทำร้ายครับ”
“แกว่าอะไรนะ!”
เฉินเหนียนฮวาที่อยู่ข้าง ๆ ตื่นตระหนกยิ่งกว่าใคร!
เมื่อครู่พวกเขาอยู่ในห้องส่วนตัว จึงรู้ว่าที่นี่มีห้องส่วนตัวอยู่สามห้อง
