“รีบไสหัวไปอยู่ข้างหลังเลย!”
แม้ฝ่ามือนี้จะไม่ได้ฟาดลงบนตัวเฉินฮ่าว แต่กลับตบเข้าไปถึงใจเขา
เฉินฮ่าวกลัวว่าจะทำให้ไช่เหว่ยเฉียงขุ่นเคือง จึงรีบเตะผู้ช่วยไปหนึ่งที
ผู้ช่วยของเขาตกใจจนยืนตัวแข็ง ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะพูดจาไม่เข้าหูโดยบังเอิญ จุดชนวนถังดินปืนเข้าให้แล้ว
ไม่ใช่แค่ไช่เหว่ยเฉียง พวกบ้านนอกที่อยู่ตรงนั้นพอเห็นผู้ช่วยตัวเล็ก ๆ กล้าพูดจาไร้มารยาทกับไช่จิ้น
ต่างก็พากันลุกฮือ
“ไอ้เวร มาจากไหนวะ ลองพูดคำเมื่อกี้ซ้ำอีกทีสิ”
“ไอ้ลูกหมา กล้าพูดกับเถ้าแก่ไช่เหรอ เชื่อไหมว่าฉันจะจับแกต้มเป็นอาหารหมู!”
เหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากเฉินฮ่าว
เขามองไช่จิ้น พูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่
เขาเริ่มรู้แล้วว่าไช่จิ้นอาจไม่ใช่คนแบบที่ตนคิดเลยสักนิด และในกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังอีกฝ่ายก็มีหลายคนกำลังมองดูอย่างเยาะเย้ย
จึงรีบหันไปขอโทษไช่เหว่ยเฉียงไม่หยุด
แต่ไช่เหว่ยเฉียงเมาจนหน้าแดง ทว่ายังหัวเสียอยู่ “นี่! ไช่จิ้นน้องชายฉันเป็นคนพาฉันพลิกชีวิต เราสนิทกันถึงขั้นยอมตายแทนกันได้!”
“จำใส่หัวไว้ ต่อไปถ้าเจอไช่จิ้นน้องชายฉันบนถนน ไม่ว่าแกจะอยู่ไกลแค่ไหน ก็ต้องวิ่งเข้ามาตรวจดูว่ารองเท้าของเขาเปื้อนโคลนหรือเปล่า!”
“เถ้าแก่ไช่ ทำไม...ครับ?” เฉินฮ่าวรวบรวมความกล้าถาม
ไช่เหว่ยเฉียงตะโกนเสียงดังสนั่นไปทั่วร้าน “แกคิดว่าไงล่ะ ถ้าเห็นโคลนติดรองเท้าน้องชายฉัน ก็เช็ดรองเท้าให้เขาสิ!”
