บอดี้การ์ดที่อยู่ด้านหลังตอบว่า “น่าจะไม่ถึง 10 กิโลเมตรครับ”
ถังหว่านซิ่นยืนลูบท้องโตอยู่หน้าสถานีรถไฟ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ช่างเถอะ เราไปเดินเล่นในเมืองเซินกันก่อน แล้วค่อยว่ากัน”
“โทรไปบอกทางคุณหลิวด้วยว่าเรามีธุระสำคัญ อาจจะไม่ได้แวะไปหาแน่ ๆ”
บอดี้การ์ดพยักหน้าอย่างนอบน้อม “ได้ครับ”
จากนั้นทุกคนก็โบกแท็กซี่หลายคัน ก่อนมุ่งหน้าเข้าไปในเมืองที่คึกคักและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาแห่งนี้
ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อทำอะไร
…
ยิ่งใกล้สิ้นเดือน เจ้าสัวจากทั่วประเทศที่มุ่งหน้ามายังเมืองเซินก็ยิ่งมีจำนวนมากขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น ตอนตลาดหุ้นจงไห่กำลังคึกคัก พวกนายหน้า เจ้าของกิจการ และพ่อค้าตลาดมืดที่ประจำอยู่แถว “จัตุรัสวัฒนธรรม” ในจงไห่ ต่างหายตัวไปในเวลาอันสั้น
แล้วพวกเขาไปไหนกันหมด?
พวกเขาต่างเดินทางมายังเมืองเซินด้วยเครื่องบิน รถไฟ รถยนต์ และวิธีการต่าง ๆ
นี่คือกระแสความมั่งคั่งระลอกใหม่ของปี 1992
ที่ไหนมีช่องทางสร้างความร่ำรวย ที่นั่นก็ย่อมมีคนเหล่านี้ปรากฏตัว
ไช่จิ้นไม่ได้ออกจากบ้านมานานแล้ว
แต่เขายังคงอ่านหนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์ในเมืองเซินทุกวัน
ถ้าเป็นข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น เขาจะวงไว้ทั้งหมด
จนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม หลิวอี้เชียนก็โทรศัพท์มา
บอกว่าจัดวงเสวนาเรื่องการลงทุนขึ้นที่นี่อีกครั้ง
ที่คลับส่วนตัวแห่งหนึ่งในเสี่ยวเหมยซา
ไช่จิ้นนั่งรถตู้มาถึง ระหว่างทางก็คิดว่าเห็นทีต้องหาเวลาสักวันไปรับรถมาใช้สักคัน
เดินทางด้วยรถตู้ไปตลอดคงไม่ไหว
