สายลมยามเย็นพัดเอื่อย อบอวลด้วยกลิ่นอายชีวิตชีวาของเมือง ชวนให้รู้สึกปลอดโปร่งสบายใจ
ไช่จิ้นมองรถเบนซ์ที่จอดอยู่ริมถนนด้านหนึ่งของสวนสาธารณะ
เขายิ้มพลางพูดว่า “แผนการเปลี่ยนไม่ทันสถานการณ์สินะ?”
“เหอข่ายไม่คู่ควรกับเธอ ถึงพวกเธอจะโตมาด้วยกัน แต่ความหวังของพ่อแม่พวกเธอคงต้องพังลง”
“ส่วนเธอที่เป็นฝ่ายต่อต้าน ความสัมพันธ์กับพ่อคงไม่ราบรื่นแน่ สุดท้ายเธอมีทางเลือกแค่สองทาง”
“ทางแรก เริ่มวางแผนอนาคตของตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าไม่อยากถูกคนอื่นควบคุม เธอก็ต้องพึ่งพาตัวเอง มีธุรกิจเป็นของตัวเอง แล้วพ่อก็จะบงการเธอไม่ได้”
“ทางที่สอง ยอมทำตามพ่อ แล้วไปอยู่กับไอ้เหอข่ายคนไม่ได้เรื่องนั่น”
เฉินนีจะไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้ได้อย่างไร
เพียงแต่เธอลังเลมาตลอดเท่านั้น
หลังขมวดคิ้วอยู่นาน เธอจึงพูดว่า “ขอบใจที่เตือนนะ ไช่จิ้น”
ไช่จิ้นจุดบุหรี่แล้วลุกขึ้น ชี้ไปยังรถเบนซ์ริมถนน “คนขับรถเธอมาแล้ว”
“ฉันจะแวะไปหาเหล่าเหอพวกเขาหน่อย”
พูดจบก็ลุกเดินจากไป
เฉินนีถอนหายใจเบา ๆ อยู่ข้างหลัง ก่อนจะปรับอารมณ์แล้วเดินจากไปเช่นกัน
ที่จริงตอนนี้เธอตัดสินใจได้แล้ว
จะให้ฉันใช้ชีวิตทั้งชีวิตกับผู้ชายสมองทึบแบบนั้นหรือ? ให้ตายฉันก็ไม่ยอม
ภายนอกหญิงสาวคนนี้ดูเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่ในใจกลับทะเยอทะยานยิ่งกว่าใคร
เธอชื่นชมผู้ชายที่เก่งกว่าเธอเท่านั้น ส่วนผู้ชายอย่างเหอข่ายน่ะหรือ เธอแทบไม่ชายตามองด้วยซ้ำ
เธอเป็นคนทะนงในศักดิ์ศรี
…
กลางเดือนกรกฎาคม
อากาศร้อนขึ้นทุกวัน ผู้คนในเมืองที่ร้อนระอุแห่งนี้ดูเหมือนจะเริ่มกระสับกระส่ายกันแล้ว
