วันรุ่งขึ้น เวลาบ่ายสองโมง
ในโรงหล่อเวลานี้เงียบกว่าปกติมาก
ผู้คนยืนล้อมรอบหีบทรายเป็นวง
เฉินเต๋อหมิง ช่างรุ่นเก๋าหลายคน และช่างเทคนิคหนุ่มอีกสองคน ต่างนั่งยอง ๆ อยู่ตรงนั้น จ้องหีบทรายเขม็ง
ฉนวนกันความร้อนรอบหีบทรายถูกรื้อออกแล้ว เผยให้เห็นหีบทรายสีเทาดำ
ครั้งนี้ปล่อยให้เย็นตัวครบ 24 ชั่วโมงพอดี ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่นาทีเดียว
“ช่างเฉิน” ช่างเทคนิคหนุ่มคนหนึ่งอดถามไม่ได้ “ตอนนี้เปิดเลยไหมครับ?”
เฉินเต๋อหมิงนั่งยอง ๆ เคาะขอบหีบทรายเจ็ดแปดครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“เปิดได้”
“ระวังกันหน่อย อย่าให้กระแทก”
“ได้!”
คนงานหลายคนลงมือทันที
พวกเขาสอดชะแลงเข้าไปในร่องหีบทราย เสียงเอี๊ยดดังขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ งัดหีบส่วนบนขึ้น
ทุกคนกลั้นหายใจ
เมื่อหีบส่วนบนถูกยกสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ผิวด้านบนของเสื้อสูบก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นทีละน้อย ไม่นานหีบส่วนบนก็ถูกเปิดออกจนหมด
เฉินเต๋อหมิงรีบขยับเข้าไปดู
เขาควักไฟฉายออกจากกระเป๋า หมุนเปิดอย่างรวดเร็ว แล้วส่องลำแสงไปบนผิวด้านบนของเสื้อสูบ
ขณะที่ลำแสงจากไฟฉายค่อย ๆ เคลื่อนไป
เฉินเต๋อหมิงตรวจดูโครงสร้างแต่ละส่วนของเสื้อสูบอย่างละเอียด ทั้งช่องไอดี ช่องไอเสีย บ่าวาล์ว รูสลักเกลียวฝาสูบ...
คนที่อยู่ข้าง ๆ ตื่นเต้นจนไม่กล้าส่งเสียง
หลินหย่วนยืนอยู่ด้านหลังเฉินเต๋อหมิง มองโครงสร้างของเสื้อสูบจากระยะไกลเช่นกัน
ผ่านไปครู่ใหญ่
เฉินเต๋อหมิงก็ยืดตัวขึ้น
สีหน้าของเขาบอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียดายกันแน่
“เป็นยังไงบ้างครับ ช่างเฉิน?” ช่างเทคนิคหนุ่มคนนั้นถามอีกครั้ง
“ดีกว่าคราวก่อนมาก แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่”
เฉินเต๋อหมิงหันไปมองหลินหย่วน
“คุณหลิน มาดูหน่อยครับ”
หลินหย่วนเดินเข้าไป รับไฟฉายจากมือเขา
แค่กวาดตามองโดยรอบ เขาก็พอจะรู้แล้วว่าเป็นอย่างไร
“ตอนนี้รูทรายลดลงอย่างน้อย 90 เปอร์เซ็นต์” เขาพูด “รูทรายใหญ่ ๆ แทบไม่มีแล้ว เหลือแค่รูเล็ก ๆ ขนาดเท่ารูเข็มไม่กี่รู”
