เวลาผ่านไปไวเสมอ เผลอแวบเดียวก็ถึงกลางเดือนมกราคมแล้ว
ตอนนี้อากาศในเมืองหลวงหนาวจัดกว่าเดิม ลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดกระแทกใบหน้าจนเจ็บ คนที่เดินอยู่บนถนนต่างหดคอเดินกันอย่างเร่งรีบ
ในวันที่หนาวขนาดนี้ ภายในเขตที่ทำการของกรมใหญ่อุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์กลับมีบรรยากาศอีกแบบหนึ่ง
ใบหน้าของทุกคนเปื้อนยิ้มอย่างกระตือรือร้น
บนกำแพงติดป้ายพื้นแดงตัวหนังสือดำ เขียนว่า “สดุดีเหล่าวีรชนแนวหน้าอุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์!”
“ขอแสดงความยินดีกับการเปิดประชุมสรุปผลงานประจำปี 1951 และมอบรางวัลอย่างราบรื่น!”
บริเวณทางเข้าลาน มีผู้คนเดินเข้าออกมากกว่าปกติ
ทั้งคนสวมเครื่องแบบทหาร คนสวมชุดเจ้าหน้าที่... ทุกคนต่างมีรอยยิ้มบนใบหน้า
วันนี้เป็นวันประชุมสรุปผลงานและมอบรางวัลประจำปี 1951 ของระบบอุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์
และงานนี้ไม่ได้มอบรางวัลให้เฉพาะคนในระบบอุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์เท่านั้น
ได้ยินว่าคราวนี้ผู้ใหญ่จากคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการทหารจะมาร่วมงานด้วย ระดับของงานสูงจนน่าตกใจ
······
เจ็ดโมงเช้า ภายในเขตบ้านพักครอบครัวของกรมใหญ่อุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์
วันนี้จู้จื่อตื่นแต่เช้าตรู่
เขาค้นเครื่องแบบทหารชุดใหม่ล่าสุดออกมาจากตู้ เป็นชุดที่ได้รับตอนมาปักกิ่ง ปกติเขาหวงจนไม่ยอมใส่ พับไว้อย่างเรียบร้อย วางกดไว้ใต้เตียงตลอด
แต่วันนี้เขาต้องใส่มันแน่นอน
เขาหยิบเครื่องแบบออกมาวางบนเตียง ใช้มือลูบซ้ำไปซ้ำมา จนแน่ใจว่าไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย จึงพยักหน้าอย่างพอใจ
จากนั้นก็ยกอ่างน้ำร้อนมา ล้างหน้าอย่างพิถีพิถัน แล้วยังเช็ดคอด้วย
หลังล้างหน้า เขายืนหน้ากระจก จัดหมวกให้ตรง บีบปีกหมวกให้เชิดขึ้น แล้วติดกระดุมคอเสื้อให้เรียบร้อย
สุดท้ายเขาส่องกระจกดูตัวเอง หนุ่มน้อยในกระจกตอนนี้ดูสดใสกระฉับกระเฉงมาก
แต่จู้จื่อยังรู้สึกว่ายังดีไม่พอ
เขารัดเข็มขัดให้แน่นขึ้น เช็ดรองเท้าหนังจนเงาวับ ถึงขั้นเห็นเงาคนสะท้อนบนผิวรองเท้า
