พอเห็นว่าระดับน้ำได้ที่แล้ว เหล่าโจวก็สั่งให้เติมถ่านหินอีกครั้ง
“เสี่ยวจ้าว เติมถ่านหิน”
เสี่ยวจ้าวได้ยินก็หยิบพลั่วเหล็กขึ้นมาตักถ่านหินใส่เข้าไปในช่องเตา ตักต่อเนื่องกันหลายพลั่ว จากนั้นใช้ขอเขี่ยไฟเกลี่ยถ่านหิน เปลวไฟก็พุ่งวาบขึ้นมาทันที
เปลวไฟในห้องเผาไหม้แลบเลียผนังเตา สะท้อนจนใบหน้าเสี่ยวจ้าวแดงก่ำ
อย่าคิดว่างานเติมถ่านหินเป็นเรื่องง่าย เพราะนี่ก็เป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือ ถ่านหินต้องกระจายให้สม่ำเสมอ ตอนใช้ขอเขี่ยไฟก็ต้องเกลี่ยให้ชั้นถ่านหินมีช่องให้อากาศผ่าน ไม่อย่างนั้นไฟจะไหม้ไม่ทั่ว พอถึงตอนนั้นควันก็จะพวยพุ่งออกมา แต่หัวรถจักรกลับไม่มีแรง ดังนั้นแม้แต่งานเติมถ่านหินก็มีเคล็ดลับของมัน
เสี่ยวจ้าวติดตามเหล่าโจวมาห้าหกปีแล้ว ฝีมือเติมถ่านหินจึงชำนาญจนจับจังหวะได้อย่างแม่นยำ
หลังไฟในเตาลุกอยู่พักหนึ่ง น้ำในหม้อไอน้ำก็ค่อย ๆ ร้อนขึ้น มาตรวัดระดับน้ำเริ่มมีไอน้ำสีขาวลอยออกมา
นี่คือด่านแรกของการทดสอบหัวรถจักรไอน้ำ นั่นคือการจุดไฟเพิ่มอุณหภูมิ
ไฟเตาแรกนี้จะโหมแรงเกินไปไม่ได้ เพราะถ้าแรงเกินไป อุณหภูมิในหม้อไอน้ำจะไม่สม่ำเสมอจนแตกร้าวได้ แต่ก็อ่อนไปไม่ได้เช่นกัน ไม่อย่างนั้นแรงดันไอน้ำจะขึ้นไม่ถึงระดับ ต้องค่อย ๆ ตุ๋นด้วยไฟอ่อนเหมือนตุ๋นเนื้อ ให้ความร้อนทั่วทั้งหม้อไอน้ำเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ
ฟังดูง่าย แต่ลงมือทำจริงต้องอาศัยประสบการณ์ล้วน ๆ
มือใหม่จุดไฟ บ้างก็โหมงานเสียจนหม้อไอน้ำร้องโอดโอย บ้างก็ทำตั้งนานแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฝีมือ “จุดไฟแบบตุ๋นเนื้อ” ของเหล่าโจวนั้น เป็นความชำนาญที่มีแต่คนขับรถจักรเก๋าประสบการณ์หลายสิบปีเท่านั้นถึงจะมี
