เก้าโมงเช้า หลินหย่วนเดินทางต่อไปยังแผนกตีขึ้นรูป
ตอนที่เข้าไปในแผนก เครื่องตีขึ้นรูปไอน้ำกำลังทำงานอยู่ เสียงดังสนั่นครืน ๆ สะเทือนจนพื้นสั่น
หลินหย่วนยืนอยู่นอกเส้นนิรภัย มองคนงานใช้คีมคีบแท่งเหล็กที่เผาจนแดงก่ำเข้าไปใต้ค้อน เครื่องตีขึ้นรูปไอน้ำฟาดลงมาเสียงดังสนั่น แท่งเหล็กถูกตีจนแบนสะเก็ดไฟกระจายไปทั่ว
เขาดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพบปัญหาข้อหนึ่ง
เตาให้ความร้อนในแผนกตีขึ้นรูปไม่มีเครื่องวัดอุณหภูมิที่ปากเตา คนงานอาศัยประสบการณ์ตัดสินอุณหภูมิของแท่งเหล็กกันเองทั้งหมด
ถ้าเผาจนเป็นสีแดงอมส้มก็เอาออกมาตี ถ้าสีเริ่มคล้ำก็เผาต่ออีกหน่อย
วิธีอาศัยประสบการณ์แบบนี้ใช้ได้กับร้านช่างตีเหล็กสมัยโบราณ แต่ถ้าเป็นการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ ย่อมมีความเสี่ยงแฝงมากเกินไป
หลินหย่วนไปหาเหล่าซุน หัวหน้าคนงานแผนกตีขึ้นรูป แล้วถามว่า “ช่างซุน เตาให้ความร้อนไม่มีอุปกรณ์วัดอุณหภูมิหรือครับ?”
เหล่าซุนดูอายุราวห้าสิบกว่า พอยิ้มก็เผยสีหน้าซื่อ ๆ “ไม่มี พวกเราดูสีไฟกันมาตั้งแต่สมัยอยู่ไท่หางแล้ว เผาจนเป็นสีแดงอมส้มก็ใช้ได้ ทำมาหลายสิบปีแล้ว ไม่มีทางพลาดหรอก”
หลินหย่วนยิ้ม “ช่างซุน ผมไม่ได้บอกว่าดูแบบนั้นไม่ได้ แต่ลองคิดดูนะครับ สีแดงอมส้มมีช่วงกว้างมาก ตั้งแต่ 850 ถึง 950 องศา ก็ยังเป็นสีแดงอมส้มเหมือนกัน”
“อุณหภูมิตอนตีต่างกันแค่ไม่กี่สิบองศา โครงสร้างผลึกกับคุณสมบัติเชิงกลของชิ้นงานก็แตกต่างกันมากแล้วครับ”
เหล่าซุนครุ่นคิดแล้วพยักหน้า “ที่พูดมาก็จริง”
“เดี๋ยวผมให้แผนกเทคนิคจัดเทอร์โมคัปเปิลมาให้สักสองสามอัน พวกคุณลองใช้ดูก่อน จะได้รู้ว่าอุณหภูมิในเตาจริง ๆ เท่าไหร่”
