คืนสองวันต่อมา
ประตูด้านข้างของคลังถ้ำเปิดออกอย่างเงียบเชียบ
รถถังคันหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนออกมา
ตัวรถยังคลุมด้วยผ้าใบหนาหนัก เผยให้เห็นเพียงสายพานตีนตะขาบกับช่องสังเกตการณ์ด้านหน้า
เมื่อดูจากรูปลักษณ์ มันใหญ่กว่าที-34 อยู่หนึ่งช่วงตัว แต่เมื่อนำไปจอดรวมกับที-34 หลายคันกลับไม่สะดุดตาเลย
ไม่มีใครคาดคิดว่าภายใต้ผ้าใบนั้นซ่อนรถถังหลักรุ่น 51 หมายเลข 027 ซึ่งล้ำหน้าที่สุดในโลกเอาไว้
หลินหย่วนยืนอยู่ตรงปากทางเข้าคลังถ้ำ มองรถถังหมายเลข 027
ด้านหลังมีโจวเต๋อฮ่าว ซ่งเหวินชิง เฉินเต๋อหมิง และแกนหลักอีกสิบกว่าคนยืนนิ่งมองมันเช่นกัน แววตาเปี่ยมความคาดหวัง
รถถังหมายเลข 027 จอดลงข้างรถบรรทุกพื้นเรียบ ป้อมปืนหมุนเล็กน้อย
เมื่อฝาครอบช่องเปิดออก คนทั้งสี่ก็กระโดดลงมาตามลำดับ
คนแรกคือผู้บังคับรถถัง จ้าวกัง ชาวตะวันออกเฉียงเหนือ อดีตผู้บังคับรถถังที-34 ผู้สร้างผลงานเลื่องชื่อ เคยผ่านศึกปะทะรถถังในสนามรบเกาหลีมาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง หลายครั้งเอาชนะศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าและทำภารกิจสำเร็จได้ ทั้งยังควบคุมการยิงทำลายรถถังอเมริกันไปห้าคัน และสร้างความเสียหายอีกหนึ่งคัน
ถัดมาคือพลยิงปืนใหญ่ ซุนเหล่ย ชาวซานตง อดีตพลยิงปืนใหญ่ประจำรถถังที-34 เป็นมือปืนใหญ่ระดับเทพที่ใคร ๆ ในกองทัพต่างยอมรับ แค่เล็งด้วยตาเปล่าและใช้ระบบควบคุมการยิงแบบกลไก ก็ทำอัตรายิงนัดแรกเข้าเป้าในระยะหนึ่งพันเมตรได้สูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
พลขับหวังหู่ ชาวเหอเป่ย เป็นทหารรถถังมากประสบการณ์ เคยขับรถถังมาหลายรุ่น ฝีมือแน่นปึ้ก
คนที่สี่ชื่อหลี่เว่ยกั๋ว อายุยี่สิบสี่ปี เป็นชาวเสฉวน ตำแหน่งที่เปิดเผยต่อคนนอกคือพลบรรจุกระสุน
แต่ความจริงแล้ว รถถังหลักรุ่น 51 มีเครื่องบรรจุกระสุนอัตโนมัติ ปกติจึงไม่จำเป็นต้องใช้พลบรรจุกระสุนเลย
หน้าที่จริงของหลี่เว่ยกั๋วคือช่างไฟฟ้าและช่างกลควบตำแหน่งพลยิงปืนรอง ปกติเขารับผิดชอบวิทยุสื่อสารสถานีฐาน ปืนกลต่อสู้อากาศยาน กระสุนสำรอง และอื่น ๆ
