ยามค่ำคืน แนวรบของกองกำลังอาสาสมัครมืดสนิท
มีเพียงกองบัญชาการที่อยู่ไม่ไกลซึ่งยังจุดตะเกียงน้ำมันสว่างอยู่ดวงหนึ่ง
เขม่าจับเต็มโป๊ะตะเกียง แสงสลัวเหลืองอร่าม เงาคนบนผนังดินไหววูบไปมา
จ้าวเถี่ยหนิวนั่งยอง ๆ กับพื้น วางเครื่องยิงจรวดพาดบนเข่า มือถือคู่มือการใช้งานเล่มหนึ่ง
เพียงช่วงบ่ายวันเดียว คู่มือเล่มเล็กก็ถูกส่งต่อให้อ่านจนขอบยับม้วน
“ระยะยิงหวังผล 300 เมตร... เจาะเกราะหนา 100 มิลลิเมตร...”
เขาอ่านไปพลางใช้มือกะระยะไปพลาง
ข้างจ้าวเถี่ยหนิวมีทหารนั่งยอง ๆ อยู่สี่นาย ล้วนเป็นยอดฝีมือที่คัดมาจากกองร้อย ฝีมือการรบจัดจ้านที่สุด
ทั้งห้าคนมีเครื่องยิงจรวดรวมกันห้ากระบอก กระสุนจรวดสิบลูก
“เข้าใจกันหมดหรือยัง?” จ้าวเถี่ยหนิวเงยหน้าขึ้น
“เข้าใจแล้วครับ ผู้กอง!” ทหารทั้งสี่พยักหน้าพร้อมกัน
“เข้าใจบ้าอะไร” จ้าวเถี่ยหนิวปิดคู่มือดังฉับ “เอาแต่ดูตัวหนังสือมันจะไปมีประโยชน์อะไร เราต้องฝึกด้วย”
“ไป ออกไปฝึกกัน”
พอออกคำสั่ง ทั้งห้าคนก็หอบเครื่องยิงจรวดเดินออกจากกองบัญชาการไปพร้อมกัน
ข้างนอกหนาวจนลมบาดผิว พัดใส่หน้าเหมือนโดนมีดเล็ก ๆ กรีด
ท้องฟ้ามืดสนิท ดาวบนหัวราวกับสั่นระริกเพราะความหนาว
จ้าวเถี่ยหนิวหาก้อนดินก้อนหนึ่งในลานว่างข้างกองบัญชาการมาใช้เป็นเป้าอย่างรวดเร็ว
“มา จู้จื่อ นายก่อน”
ทหารร่างกำยำรับคำ ยกเครื่องยิงจรวดขึ้นบ่าแล้วเล็งไปยังเนินดิน
“ระยะประมาณ 200 เมตร เล็งยอดก้อนดินนั่นไว้” จ้าวเถี่ยหนิวตะโกนกำกับอยู่ข้าง ๆ “ประคองให้มั่น แล้วค่อยเหนี่ยวไก”
จู้จื่อสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
เขากลั้นหายใจ จ้องเล็งก้อนดิน ก่อนเหนี่ยวไก
เครื่องยิงจรวดดังแกร๊ก กลไกยิงทำงาน
