หากไม่ใช่เพราะกลิ่นไหม้ที่ลอยมาจากห้องครัว เฉินชุนหยางคงยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่อย่างนั้น
“แม่ วันนี้กับข้าวมีกลิ่นไหม้แปลก ๆ นะ” ระหว่างกินข้าว พี่รองถังตักผักกาดขาวที่มีกลิ่นไหม้เข้าปากอย่างไม่สบอารมณ์ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าแม่ของเขามีท่าทีผิดปกติ
“อยากกินก็กิน ไม่อยากกินก็ทำเองสิ ฉันยุ่งทั้งวัน มีให้กินก็ดีแค่ไหนแล้ว” เฉินชุนหยางวางตะเกียบกระแทกโต๊ะ ก่อนลุกออกจากโต๊ะอาหารกลับเข้าห้องไปทันที
ทุกคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างสะดุ้งกับท่าทีของเฉินชุนหยาง
ปกติเฉินชุนหยางเป็นคนพูดง่าย วันนี้ทำไมถึงเป็นแบบนี้ พวกเขามองหน้ากันไปมา แต่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ผมก็แค่พูดตามจริง กับข้าวมันมีกลิ่นไหม้จริง ๆ ทำงานมาทั้งวัน ยังพูดไม่ได้หรือไง” พี่รองถังเองก็เริ่มโมโห จึงอดบ่นพึมพำออกมาสองประโยคไม่ได้
“ถ้าไม่กินก็ไสหัวไป!” ถังจวินได้ยินคำพูดของพี่รองถังเข้าก็เดือดขึ้นมาทันที พี่รองถังจึงไม่พูดต่อ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวเงียบ ๆ
จนกระทั่งกินเสร็จ เฉินชุนหยางก็ยังขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่ยอมออกมา นาน ๆ ทีเธอจะโมโหหนักสักครั้ง จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปเรียก
พี่สะใภ้ใหญ่ถังกับพี่สะใภ้รองถังเป็นคนเก็บชามตะเกียบ
สุดท้ายถังจวินก็เป็นฝ่ายไปถามเฉินชุนหยาง
“เกิดอะไรขึ้น วันนี้ทำไมจู่ ๆ ถึงโมโหขึ้นมาล่ะ?” หลังจากกินข้าวแล้ว ถังจวินก็เข้ามาในห้อง นั่งบนเก้าอี้ข้าง ๆ มองเฉินชุนหยางที่นอนหันหลังให้
