เฉินชุนหยางไม่ขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ แต่เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน จากนั้นก็ปล่อยให้ถังเนี่ยนซีกับถังหน่วนหน่วนอยู่ด้วยกัน ส่วนตัวเองเดินเข้าครัวไปทำอาหาร
“เนี่ยนซี อยู่เล่นกับหน่วนหน่วนสักพักนะ แม่ไปทำกับข้าวก่อน เดี๋ยวพ่อกับพี่ชายของลูกกลับมาเห็นลูก คงดีใจกันมากแน่”
แม้ถังเนี่ยนซีจะบอกว่ากินข้าวมาแล้ว แต่เฉินชุนหยางก็ยังตั้งใจจะทำอาหารอยู่ดี ใกล้ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว คนในบ้านก็กำลังจะกลับมา เธอต้องรีบทำกับข้าวให้เสร็จ
ถังเนี่ยนซีไม่ได้เข้าไปช่วยในครัว แต่เลือกอยู่เป็นเพื่อนหลานสาวตัวน้อยในห้องรับแขก
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงเข้าไปช่วยแม่ทำอาหารในครัว เพราะคิดว่าแม่เหนื่อยมาก
แต่หลังจากลงชนบทไป ความคิดของถังเนี่ยนซีก็เปลี่ยนไป เมื่อมองเฉินชุนหยางวุ่นวายอยู่ในครัว บางครั้งเธอก็อดสงสารแม่ขึ้นมาไม่ได้ ทว่าเธอก็ไม่เข้าไปช่วยอีกแล้ว
เธออยู่เล่นกับถังหน่วนหน่วนอย่างสบายใจ
ถังจวินกลับจากเลิกงานแล้วเห็นถังเนี่ยนซีอยู่ที่บ้าน แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ดูออกว่าเขาอารมณ์ดีไม่น้อย
“พ่อ!” ถังเนี่ยนซีเป็นฝ่ายทักทายก่อน
“อืม กลับมาแล้วเหรอ” ถังจวินเป็นคนเคร่งขรึม แม้จะพูดน้อยเวลาอยู่ที่บ้าน แต่เขาก็ดีกับทุกคนในครอบครัวมาก
ในยุคที่ครอบครัวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว เขากลับดีกับถังเนี่ยนซีเป็นพิเศษ แน่นอนว่าไม่นับเรื่องที่เคยส่งเธอลงชนบท ตอนปกติเขาก็ดีกับเธอมากเช่นกัน
ถังจวินพูดจบก็ไปนั่งบนเก้าอี้ข้าง ๆ ดูเหมือนนั่งพักผ่อน แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเขาคอยมองถังเนี่ยนซีเงียบ ๆ อยู่ตลอด
ถังเนี่ยนซีกลับบ้านน้อยเกินไป เขาจึงแทบไม่มีโอกาสได้เห็นเธอ เมื่อเธอกลับมาทั้งที เขาก็อยากมองเธอให้เต็มตา
ถังเนี่ยนซีรู้สึกได้ถึงสายตาของพ่อ แต่เธอกับถังจวินต่างก็เป็นคนพูดน้อย แม้จะอยู่ด้วยกันในห้องรับแขก พ่อลูกก็ไม่รู้จะพูดอะไร ทั้งคู่ต่างไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
มีเพียงเสียงของถังหน่วนหน่วนกับเสียงเฉินชุนหยางทำอาหารอยู่ในครัวเท่านั้น
ในที่สุด พี่ชายคนโตกับพี่ชายคนรองของเฉินชุนหยางก็กลับมา ทำลายความอึดอัดนั้นลง
“โอ้ นักศึกษามหาวิทยาลัยของบ้านเรากลับมาแล้วนี่นา” พี่ชายคนรองพูดหยอกถังเนี่ยนซีอย่างขี้เล่น
เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เพียงแต่ถังเนี่ยนซีไม่ค่อยกลับบ้าน พอเห็นเธอจึงอดแซวสักสองประโยคไม่ได้
“เนี่ยนซีกลับมาแล้วเหรอ!” พี่ชายคนโตเป็นคนซื่อ ๆ ทุกครั้งที่ถังเนี่ยนซีกลับมา เขามักยิ้มแล้วทักทายเธอ
“สวัสดีค่ะพี่ใหญ่!”
ไม่นานทุกคนก็มากันครบ ครอบครัวจึงนั่งกินข้าวด้วยกัน
ตอนแรกทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี แต่พี่สะใภ้รองของถังเนี่ยนซีเป็นคนชอบซักถาม พอเห็นถังเนี่ยนซีก็อดถามเรื่องงานของเธอไม่ได้
“เนี่ยนซี ใกล้เรียนจบแล้ว ได้รับจัดสรรงานไปที่ไหนล่ะ”
เธออยากรู้ว่างานที่จัดสรรให้คนเรียนมหาวิทยาลัยอย่างถังเนี่ยนซีจะดีแค่ไหน งานดีก็หมายถึงเงินเดือนสูง ถ้าผู้หญิงอย่างเธอได้เงินเดือนดี ๆ จะเอามาช่วยที่บ้านบ้างไหม แล้วชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวจะดีขึ้นหรือเปล่า
แม้ถังจวินกับเฉินชุนหยางจะคิดว่าการที่สะใภ้รองถามถังเนี่ยนซีแบบนี้ไม่เหมาะนัก แต่พวกเขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน เมื่อได้ยินคำถาม ทุกคนจึงหันมามองถังเนี่ยนซี
“จัดสรรงานเรียบร้อยแล้วค่ะ”
ทุกคนรอให้ถังเนี่ยนซีบอกว่าเธอได้ไปทำงานที่ไหน แต่ไม่คิดว่าพอพูดจบประโยคนั้น เธอก็จะก้มหน้ากินข้าวต่อ
อู๋ชุนเยี่ยน พี่สะใภ้รองของถังเนี่ยนซี อยากรู้เหลือเกิน จึงถามต่อไม่หยุด
“เนี่ยนซี ได้ไปทำงานที่หน่วยงานไหนเหรอ เป็นครูหรือเปล่า ฉันได้ยินมาว่าคนเรียนเอกภาษาจีนอย่างพวกเธอส่วนใหญ่ถูกจัดให้ไปเป็นครู” อู๋ชุนเยี่ยนตั้งใจไปสืบถามมาว่าคนเรียนสาขาของถังเนี่ยนซีจะได้ทำงานอะไร พอรู้ว่าส่วนใหญ่ได้เป็นครู เธอก็ดีใจมาก
ในบ้านมีเด็ก ๆ อยู่ตั้งห้าคน ถ้าถังเนี่ยนซีเป็นครู เธอก็จะช่วยติวให้เด็ก ๆ ได้ใช่ไหม
“ไม่ได้เป็นครูค่ะ เป็นบรรณาธิการที่สำนักนิตยสาร”
เมื่อได้ยินว่าไม่ใช่ครู คนในบ้านต่างก็ผิดหวังอยู่บ้าง แม้งานที่สำนักนิตยสารจะเป็นงานมั่นคง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคิดว่าอาชีพครูมีอนาคตกว่า
“มีงานทำก็ดีแล้ว” ถังจวินพูดขึ้นประโยคเดียว คนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ
ถังจวินเป็นผู้นำครอบครัว ปกติเขาพูดอะไร คนในบ้านก็ไม่กล้าคัดค้าน
ยิ่งเป็นเรื่องของถังเนี่ยนซีด้วยแล้ว
ก่อนหน้านี้ตอนกินข้าว ถังเนี่ยนซีไม่ได้อยู่ด้วย พวกเขาจึงแอบคุยกันเรื่องงานที่จัดสรรให้เธอ ตอนแรกถังจวินก็นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ แต่พอได้ยินลูกสะใภ้ทั้งสองพูดให้ร้ายถังเนี่ยนซี เขาก็โมโหจนระเบิดอารมณ์ใส่ครั้งใหญ่
หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องถังเนี่ยนซีต่อหน้าถังจวินอีก
กินข้าวเสร็จ ถังเนี่ยนซีก็ตั้งใจจะกลับบ้าน บ้านตายายของเธออยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร อีกทั้งเธอยังรับปากตายายว่าจะกลับไปแต่เนิ่น ๆ
“เนี่ยนซี ไม่อยู่ค้างที่บ้านสักคืนเหรอ” เฉินชุนหยางเห็นถังเนี่ยนซีเตรียมจะกลับ ก็อดเอ่ยปากรั้งไว้ไม่ได้
ทุกครั้งเธอมาแล้วก็รีบไป ราวกับที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ
“ไม่ดีกว่าค่ะ ตากับยายรอหนูอยู่ที่บ้าน อีกอย่าง ที่นี่ก็ไม่มีที่ให้หนูแล้ว”
ตอนลงชนบท ถังเนี่ยนซีเคยโกรธพ่อแม่อยู่บ้าง แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นพ่อแม่ของเธอ หลังจากกลับมา ถังเนี่ยนซีจึงกลับมาที่บ้านนี้ก่อนเป็นที่แรก ทว่าเธอกลับพบว่าที่บ้านไม่มีที่ของเธอเหลืออยู่แล้ว
เดิมทีบ้านของพวกเขาก็คับแคบมากอยู่แล้ว ตลอดสี่ปีที่ถังเนี่ยนซีไม่อยู่ พี่ชายทั้งสองของเธอก็ทยอยมีลูก บ้านจึงยิ่งไม่มีที่ว่าง
ห้องเดิมของเธอไม่มีอีกแล้ว ถูกกั้นแบ่งไปเป็นห้องของพี่ชายคนรอง
เมื่อกลับมาแล้วเห็นว่าที่บ้านไม่มีที่ของตัวเอง ถังเนี่ยนซีก็ไปอยู่บ้านตากับยายทันที ตั้งแต่นั้นมาจนถึงตอนนี้ แม้จะกลับมาได้เกือบสี่ปีแล้ว เธอก็ไม่เคยค้างที่บ้านเลย
“เนี่ยนซี ลูกยังโกรธพวกเราอยู่หรือเปล่า” เฉินชุนหยางรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างมาก
