เมื่อร่างนั้นหายลับไปจากแสงตรงปากถ้ำ บรรยากาศตึงเครียดภายในถ้ำจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย
หงเย่ถอนหายใจยาว แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น
ร่างของหงหนานเองก็อ่อนแรงลงเล็กน้อย เธอพิงมารดาไว้
“แม่ เราจะทำอย่างไรดี?”
“หนี” หงเย่ตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“รีบเรียกทุกคนมารวมกัน เก็บข้าวของ เตรียมย้ายถิ่น เวลาสามวันก็พอแล้ว”
แววตาของเธอกลับมาแน่วแน่อีกครั้ง
“ที่นี่คือเทือกเขาอาทิตย์อัสดง เผ่าหนามโลหิตของเราปักหลักอยู่ที่นี่มาได้หลายร้อยปี ไม่ใช่เพราะเอาแต่ปะทะกับคนอื่น แต่เพราะรู้จักหลบซ่อนต่างหาก”
“ขอแค่เข้าไปในป่าลึก ต่อให้เป็นทูตเซินหลัวขั้นแปดอย่างเขา หรือยอดฝีมือขั้นเก้ามา ก็อย่าหวังว่าจะหาเราเจอ”
เมื่อได้ยินคำพูดของมารดา ใจของหงหนานก็สงบลง
จริงด้วย ที่นี่คือถิ่นของพวกเธอ
ขอแค่ซ่อนตัว เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นก็ทำอะไรพวกเธอไม่ได้
ทุกคนเริ่มลงมือทันที ภายในถ้ำพลันวุ่นวายขึ้นอย่างมีระเบียบ
หงเย่กับหงหนานนำคนช่วยกันเก็บสิ่งของสำคัญที่เผ่าสั่งสมมาหลายชั่วอายุคนด้วยตนเอง
ขณะที่ทั้งสองก้มลงเก็บแผนที่หนังสัตว์ม้วนหนึ่ง
ทูตเซินหลัวที่ควรจะจากไปแล้วกลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งตรงปากถ้ำ
ทุกคนในถ้ำชะงักค้าง
หงเย่กับหงหนานยืดตัวขึ้น ก่อนจะก้มคำนับอย่างนอบน้อม
“ใต้เท้า ท่านมีคำสั่งอะไรอีกหรือ?” เสียงของหงเย่แหบแห้งเล็กน้อย
ทูตเซินหลัวไม่พูดอะไร เขาก้าวเดินเข้ามาช้า ๆ
