ซูหวานหันไปมองร่างหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล ร่างนั้นเพิ่งตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลขณะมองมาทางเธอ
ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นราวกับกลืนกินทุกสิ่งได้ พลันหลอมละลายความเย็นชาและความน่าเกรงขามไปจนหมด
สิ่งที่มาแทนคือรอยยิ้มแสนซุกซนและเปี่ยมด้วยความอาลัยอาวรณ์ ซึ่งหลินไป๋คุ้นเคยเป็นอย่างดี
เธอกางแขนออกให้หลินไป๋
“สามี...”
เสียงของเธออ่อนหวานราวกับกำลังออดอ้อน
“กอดหน่อย”
หลินไป๋ชะงักงัน
เขามองซูหวานที่นั่งอยู่บนศิลาดำและกางแขนให้เขา
จากนั้นก็มองโม่ซิวที่อยู่ไม่ไกล ร่างกำลังถูกความมืดกลืนกินทีละน้อย โปร่งใสขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะสลายไป
ชั่วขณะหนึ่ง เขาตั้งตัวไม่ทัน
นี่มัน......
จบแล้วอย่างนั้นหรือ?
โม่ซิวที่เมื่อครู่ยังบีบเขาจนจนตรอกและหยิ่งผยองเสียเหลือเกิน จู่ ๆ ก็...หายไปแบบนี้เลยหรือ?
เขาค่อย ๆ เดินไปหาซูหวานทีละก้าว
ยิ่งเข้าใกล้ ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวในตัวซูหวาน
มันเป็นพลังบริสุทธิ์ เป็นพลังต้นกำเนิดที่อยู่เหนือมิติของโลกใบนี้...
ตอนนี้พลังนั้นกลับคืนมาแล้ว
แถมยังแข็งแกร่งกว่าเดิม
เพราะกลืนกินโม่ซิวเข้าไป ตอนนี้เธอจึงน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเมื่อก่อนมาก
......
เขายื่นมือไปโอบแผ่นหลังเธอ
แต่สัมผัสแน่นเต็มมืออย่างที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น
ซูหวานผู้ดูน่าเกรงขามไร้ผู้ใดเทียบได้ ในเวลานี้กลับดู...อ่อนแออยู่บ้าง
สายตาของเขาเลื่อนต่ำลง
มือซ้ายของซูหวานที่วางอยู่บนไหล่ขวาของหลินไป๋ ขอบผิวหนังเริ่มกลายเป็นเถ้าถ่านละเอียด
