ซูหวานชะงักการเคลื่อนไหว ค้างอยู่กลางอากาศ
ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น แม้แต่ออกัสที่ขวางอยู่ด้านหน้าก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขาก้มหน้ามองลงไป
ศรัทธาที่เดิมพุ่งทะลักเข้าสู่ร่างออกัสราวกับทางช้างเผือกกลับหัว พอขึ้นมาถึงกลางอากาศก็เหมือนชนเข้ากับกำแพงอากาศที่มองไม่เห็น
จากนั้นมันกลับหันทิศทาง พุ่งตรงไปยังเงาร่างหนุ่มคนหนึ่ง
“เกิดอะไรขึ้น?!”
เซวียถิงคุกเข่าอยู่กับพื้น มองภาพตรงหน้า ความคลั่งไคล้บนใบหน้าแข็งค้าง
สายตาไล่ตามทิศทางที่ลำแสงหลั่งไหลไปรวมตัวกัน
เบื้องหลังหินดำก้อนหนึ่งที่ปักเฉียงอยู่ข้างบ่าลาวาสีแดงคล้ำ
มือข้างหนึ่งยันผิวหินที่ร้อนระอุ ก่อนเจ้าของมือจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเงามืด
เพลิงศักดิ์สิทธิ์สีขาวบริสุทธิ์ไร้มลทินลุกโชนอยู่กลางอกของเงาร่างนั้น
ราวกับหลุมดำที่เติมเท่าไรก็ไม่เต็ม มันกลืนกินรากฐานที่ราชันเทพสั่งสมไว้อย่างละโมบ
เบื้องล่าง
ผู้ศรัทธานับหมื่นยืนนิ่งงันอยู่กับที่
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ศรัทธาที่นครศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาสั่งสมมานานนับพันปี กลับถูกคนอื่น...แย่งไปอย่างนั้นหรือ?
แถมยังแย่งต่อหน้าราชันเทพอีกด้วย?
“เมียจ๋า ลุยเต็มที่เลย ทางด้านศรัทธาฉันจัดการเอง!”
กลางอากาศ
ความเย็นเยียบในแววตาของซูหวานสลายไปดุจหิมะต้นวสันต์ ทันทีที่ได้ยินคำว่า “เมียจ๋า”
เธอเอียงศีรษะ มองหลินไป๋ที่อยู่เบื้องล่าง ริมฝีปากแดงไร้สีเลือดคลี่ยิ้มงดงาม
“ได้”
......
เสียงโซ่สีดำฟาดลงบนเนื้อหนังดังถี่ยิบราวเม็ดฝน
