“ซูหวาน เฉินหยวน...”
ออกัสพึมพำชื่อทั้งสองออกมา
ในน้ำเสียงเจือไว้เพียงความเคียดแค้นที่ทำให้คนหนาวสะท้านไปถึงกระดูก
“ฉันจะรอพวกแกอยู่ที่ร่างหลัก”
สิ้นเสียง
แสงสีขาวทองที่ยังหลงเหลืออยู่บนร่างของออกัสก็หยุดไหลเวียน
พลังศรัทธาที่เดิมใช้ฟื้นฟูบาดแผล รวมถึงอำนาจแห่งกาลเวลาที่เหลืออยู่ภายในร่าง ต่างพังทลายลงสู่แก่นกลางอย่างรวดเร็ว
ซูหวานขมวดคิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ โซ่ในมือพุ่งเข้าใส่ลำคอของออกัส
ช้าไปก้าวหนึ่ง
แสงเจิดจ้าระเบิดออกจากกลางอกของออกัส
แสงแผ่ขยายออกไปในรัศมีสามเมตร ก่อนจะหดกลับฉับพลัน กลายเป็นจุดแสงขนาดเท่าเล็บมือ
จุดแสงแตกสลายราวกับเม็ดทรายที่ถูกลมกัดกร่อน แล้วหายไปในอากาศ
ไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน
ออกัสฆ่าตัวตาย
เทพเจ้าไม่อาจทนต่อความอัปยศจากการถูกเลี้ยงไว้ราวกับกระสอบทรายได้ จึงจุดระเบิดอำนาจแห่งกาลเวลาด้วยตนเอง ลบร่องรอยการดำรงอยู่ของเงาร่างนี้ให้สิ้น
จัตุรัสนครศักดิ์สิทธิ์
เงียบสนิท
เหล่าสาวกหลายแสนคน รวมถึงเซวียถิง ต่างยืนนิ่งแข็งค้างอยู่กับที่
เทพเจ้าของพวกเขาทนต่อความอัปยศไม่ไหว จึงฆ่าตัวตายเพื่อจบฉาก
เสียงศรัทธาที่พังทลายดังกลบทุกสิ่ง
สีเลือดบนใบหน้าเซวียถิงจางหายไปจนหมด
เขาอ้าปากพะงาบ แต่กลับเปล่งเสียงออกมาไม่ได้แม้แต่พยางค์เดียว
นครศักดิ์สิทธิ์ที่เขาทุ่มเทก่อร่างสร้างมานับพันปี กลับมีจุดจบเช่นนี้
ซูหวานยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง มองหลุมหินที่ว่างเปล่าแล้วเบ้ปาก
“จิตใจเปราะบางจริง ๆ”
หมดเรื่องสนุกแล้ว
เธอหมุนตัว ก้าวลงมาจากกลางอากาศ แล้วตรงไปยังจุดที่หลินไป๋อยู่
