หลินไป๋เปิดประตู มองดูชายตรงหน้าผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ชายคนนี้เขาไม่รู้จัก แต่พอเห็นก็รู้สึกรังเกียจจับใจ น้ำเสียงที่พูดด้วยก็สูงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“เจ้ามาหาใคร”
หลินเหมียนกับหวังชื่อก็ออกมาจากเรือน หลินเหมียนมองไปนอกประตูใหญ่ ก็รู้ว่าคนนั้นต้องเป็นเฝิงซานแน่
เฝิงซานทนทรมานไม่ไหวอีกต่อไป เขามักจะนึกถึงท่าทางโหดเหี้ยมที่หลินจือฟันฟืนจนไม่อาจหลับนอน หวั่นเกรงว่านางจะถือขวานฟาดคอเขาสักวัน
คิดไปคิดมา ตัดสินใจมาที่หมู่บ้านโฮ่วเถียนเพื่อทวงเงินแปดเหลียงคืน แล้วหย่าหลินจือส่งกลับบ้าน
เขาไปหาเจ้าพ่อเฒ่าหลินกับยายผู้เฒ่าหลินก่อน ยายผู้เฒ่าหลินก็ให้เขามาหาถึงที่นี่
“ข้าคือเฝิงซาน ยัยตัวซวยของพวกเจ้าแต่งออกไปปีกว่าแล้วยังออกไข่ไม่ได้เลย คืนเงินแปดเหลียงให้ข้า เร็วๆ เข้า ไปรับนางกลับมา”
หลินไป๋พอได้ยินว่าเขาคือเฝิงซาน ก็หันหลังไปหาไม้กวาดในลานบ้านทันที
หลินเหมียนรั้งหลินไป๋เอาไว้ ยังไม่ถึงเวลาลงมือกับเขา
ครั้งก่อนหลินเหมียนไปส่งเนื้อที่บ้านหลินจงก็เอ่ยถึงเรื่องของหลินจือ หวังชื่ออยู่ด้วยนางก็เห็นว่าเฝิงซานนี่มาหาเรื่อง จึงออกจากบ้านกลับไปเงียบๆ
“สุภาษิตว่าไว้ดีนัก ธิดาที่ออกเรือนเหมือนน้ำที่สาดออกไป เจ้าให้พวกข้าไปรับ พวกข้าก็ต้องรับหรือ”
เฝิงซานถูกกล่าวเสียจนพูดไม่ออก ไปบ้านเจ้าพ่อเฒ่าหลินเจ้าพ่อเฒ่าหลินก็ไม่สนใจ คิดไม่ถึงว่าแม้แต่พี่สาวแท้ๆ ของนางก็มีท่าทีเช่นนี้
ถ้ามิใช่เพราะหมอดูบอกว่าเขาควรยุติเรื่องด้วยดี เขาก็จะขายหลินจือเข้าสำนักนางโลมแล้ว เงินที่ได้ย่อมมากกว่านี้
