เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเหมียนตื่นแล้วก็ไปหมู่บ้านเฉียนเถียนตามลำพัง ก่อนออกเดินทาง นางนำซี่โครงหมูออกจากแดนมิติแล้วหั่นออกมาสองชิ้น ฝากให้หลินไป๋ตุ๋นกินตอนเที่ยง
เมื่อไปถึงหมู่บ้านเฉียนเถียน ใต้ต้นไม้ใหญ่ก็ไม่เห็นหญิงชราสองคนนั้นแล้ว บัดนี้อากาศหนาว คงพากันอยู่แต่ในบ้านเพื่อหลบหนาว
หลินเหมียนเดินมาถึงหน้าบ้านเฝิงซาน ประตูยังคงพังและเปิดอ้ากว้างดังเดิม ในลานบ้านไม่เห็นหลินจือ
นึกถึงครั้งก่อนที่หญิงชราบอกว่าบ้านของนางอยู่ติดกับบ้านเฝิงซาน หลินเหมียนจึงคิดจะไปหานาง
แต่บ้านเฝิงซานมีบ้านติดกันอยู่ทั้งซ้ายทั้งขวา แล้วหลังไหนกันเล่า
ขณะที่กำลังจนปัญญา พลันมีเสียงเปิดประตูดังมาจากบ้านทางซ้าย รออยู่ครู่หนึ่งประตูใหญ่ก็เปิดออก ผู้ที่เดินออกมาคือหญิงชราคนนั้นในวันนั้นเอง
“ท่านยาย”
หญิงชราเห็นว่าเป็นน้องสาวบ้านเดิมของสะใภ้เฝิงซานอีกแล้ว ก็รีบเดินเข้ามาหา
“เจ้ามาพอดีเลย ข้ากำลังจะไปเรียกพี่สาวเจ้ามาที่บ้าน ให้ได้กินไข่ไก่ อากาศหนาวเช่นนี้ รีบเข้าบ้านไปรอเถิด”
หญิงชราพาหลินเหมียนเข้าไปในห้องโถง แล้วบอกให้สะใภ้รินน้ำร้อนให้นางหนึ่งชาม จากนั้นก็เดินออกไปอีกครั้ง
หลินเหมียนประคองชามไว้ รู้สึกอุ่นขึ้นไม่น้อย พลางคิดว่ากลับไปต้องรีบทำเสื้อบุฝ้ายให้เสร็จ
สะใภ้ของหญิงชรายืนมองหลินเหมียนอยู่ข้าง ๆ นางไม่คิดเลยว่าญาติทางบ้านเดิมของสะใภ้เฝิงซานจะดีกับนางถึงเพียงนี้
เพียงเห็นห่อผ้าก็รู้ว่าข้างในใส่ไข่ไก่ไว้ คงนำมาให้สะใภ้เฝิงซานด้วยกระมัง
ไม่นานนัก หญิงชราก็พาหลินจือเข้ามาในห้อง แล้วบอกให้สะใภ้นำไข่ไก่มาสองฟอง
หลินเหมียนยื่นไข่ไก่ที่นำมาให้หญิงชรา
“หลายวันมานี้ ขอบคุณท่านยายที่ช่วยดูแลพี่สาวของข้า นี่คือไข่ไก่ยี่สิบฟอง ท่านรับไว้เถิด ต่อไปคงต้องรบกวนท่านอีก”
