หลินเหมียนมิได้ปิดบังเรื่องที่นางร่วมมือทำการค้ากับเถ้าแก่เสิ่น จึงบอกหลิวต้าไปตามตรง
หลิวต้ารู้สึกว่าตนช้าไปก้าวหนึ่งแล้ว แต่พอคิดดู เขาก็ไม่ได้มีทรัพย์สินมากมายเท่าเถ้าแก่เสิ่น จึงได้แต่ปล่อยเรื่องนี้ไป
หลินเหมียนเลือกดูร้านแห่งหนึ่งใกล้เสินโหลวได้แล้ว มีพื้นที่ราวสามสิบตารางเมตร ด้านหลังยังมีลานเล็ก ๆ พอดีให้เลี้ยงแกะ เพียงแต่ค่าเช่าแพงไปสักหน่อย เดือนละห้าตำลึงเงิน
แต่ร้านแห่งนี้ราคาแพงก็มีเหตุผลของมัน ทำเลอยู่ตรงร้านแรกฝั่งตรงข้ามตรอกที่เหล่าผู้มีอันจะกินพำนักอยู่
ร้านอื่นล้วนคิดค่าเช่าสี่ตำลึง แต่เจ้าของร้านนี้ยืนกรานเรียกห้าตำลึง ไม่ยอมลดแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าต่อรองค่าเช่าไม่สำเร็จ หลินเหมียนจึงให้หลินชางเฉวียนส่งจดหมายไปหาเถ้าแก่เสิ่น
เถ้าแก่เสิ่นมิได้มาเอง แต่ให้หลินชางเฉวียนนำเงินหนึ่งร้อยตำลึงมา มอบหมายให้หลินเหมียนจัดการตามเห็นสมควร
วันถัดมา หลินเหมียนก็ไปลงนามในสัญญา จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าหนึ่งปี ส่วนเงินที่เหลืออีกสี่สิบตำลึง นางนำไปทำชั้นวางสินค้าและจัดซื้อแบบพิมพ์ที่จำเป็น
เมื่อมีเงินเพียงพอ เรื่องต่าง ๆ ก็จัดการได้ง่าย เดิมทีนางคิดจะรอให้ช่างไม้ที่บ้านทำงานเสร็จก่อน แล้วค่อยไปทำงานที่ร้าน
แต่พอคิดดูแล้ว จะปล่อยให้การเปิดร้านขนมเค้กล่าช้าไม่ได้ จึงหาช่างไม้อีกคนมาทำแทน
ตอนนี้ยังมีขนมเค้กไม่กี่ชนิด จึงทำชั้นวางไว้ก่อนสองแถว ส่วนแบบพิมพ์ก็ไม่ต้องทำมาก ยังคงทำเพียงสามลวดลาย
แต่ร้านนี้มีเตาไฟเพียงเตาเดียว หลินเหมียนจึงให้ช่างก่อเพิ่มอีกเตาหนึ่ง นางยังมีความคิดอีกอย่างหนึ่ง รอว่างเมื่อไรก็จะลองทำดู
ทางเถ้าแก่เสิ่นเองก็หาร้านได้แล้ว เขาพาช่างไม้ที่หามาเดินทางมาครั้งหนึ่ง ให้ช่างไม้ดูชั้นวาง แบบพิมพ์ และหม้อสำหรับทำขนมเค้ก จากนั้นให้กลับไปทำแบบเดียวกันที่ร้านในตัวเมืองชิงเฉียว
