น้ำมันพริกครั้งนี้นับเป็นกำไรล้วน เพราะทั้งพริกและน้ำมันหมูล้วนไม่ต้องใช้เงินทอง
แต่หากวันหน้าต้องซื้อเนื้อหมูมาเคี่ยวน้ำมัน ต้นทุนก็จะสูงขึ้น ดังนั้นบัดนี้จึงต้องคิดรวมเงินเหล่านี้เข้าไปด้วย
เนื้อหมูราคาสามสิบห้าเหวินต่อชั่ง หากเอาแต่มันหมูล้วนคงจะแพงกว่า เอาเป็นตีราคาสี่สิบเหวินต่อชั่งไปก่อน
มันหมูหนึ่งชั่งจะรีดน้ำมันได้อย่างน้อยหกเหลียง เนื้อสิบชั่งก็คือน้ำมันหกชั่ง
มันหมูสิบชั่งก็ต้องใช้สี่ร้อยเหวิน ฉะนั้นน้ำมันพริกนี้ราคาต่อชั่งต้องไม่ต่ำกว่าแปดสิบเหวิน
พริกสดในแดนมิติมีอยู่ราวสองพันชั่ง พริกสดหนึ่งชั่งเมื่อตากแห้งจะได้พริกแห้งสี่เหลียง
นั่นคือพริกแห้งแปดร้อยชั่ง คิดตามสัดส่วนพริกแห้งหนึ่งชั่งต่อน้ำมันสี่ชั่ง จะได้น้ำมันพริกราวสามพันกว่าชั่ง
หากขายได้ร้อยเหวินต่อชั่ง จะได้เงินเท่าไร หลินเหมียนคิดจนหัวสมองปั่นป่วน
ก่อนนอนนางกำหนดราคาในใจไว้แล้ว หนึ่งร้อยยี่สิบเหวินต่อชั่ง
รุ่งเช้าตรู่ ภรรยาบ้านจางข้างเรือนตื่นขึ้นมาพร้อมกับยืดเส้นยืดสาย ค่ำคืนนี้ช่างนอนอ่อนล้า
ในฝันนางมีแต่ของอร่อยเต็มไปหมด แต่ที่น่าเจ็บใจคือได้เพียงแค่กลิ่นหอม ไม่ว่าพยายามขะมักเขม้นเพียงไรก็กินไม่ถึง
ปล่องไฟโรงครัวบ้านหลินมีควันลอยขึ้นแต่เช้าตรู่ หลินเหมียนนึ่งข้าวกล้อง ผัดกากหมูกับกุยช่าย แล้วลวกผักป่ามาราดน้ำมันพริกเพียงน้อยนิดคลุกเคล้า
อีกครู่หนึ่งนางจะต้องไปตัวอำเภอกับหลินไป๋ เกวียนเทียมวัวไม่ยอมเสียเงินนั่ง ก็ต้องเดินสักหนึ่งยาม เสื้อบุก็บางเบาอยู่แล้ว หากไม่อิ่มท้องคงทนไม่ไหว
หลินไป๋กลับเข้ามาหลังจากตักน้ำเสร็จ ปลุกน้องเล็กทั้งสองให้ตื่น
วันนี้หลินเหมียนไม่คิดจะพาน้องเล็กทั้งสองไปด้วย เกรงพวกเขาจะล้าจนทนไม่ไหว ก่อนไปจึงจะขอให้ภรรยาบ้านจางช่วยดูแลสักหน่อย
ก่อนกินข้าว หลินไป๋เห็นหลินเหมียนนึ่งแต่ข้าวกล้องก็รู้สึกปวดใจ
