หลิวต้าตัดสินใจซื้อแล้ว จึงถามหลินเหมียนว่ามีน้ำมันพริกทั้งหมดกี่ชั่ง
หลินเหมียนบอกว่าพามาที่ตำบลเพียงห้าชั่ง หลิวต้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รับซื้อทั้งหมด
แต่เขามีข้อแม้ข้อหนึ่ง คือหวังให้หลินเหมียนมาขายอีกครั้งในอีกสองวัน เขาจะได้ชิงความได้เปรียบและทำกำไรได้ก่อน
หลินเหมียนตอบรับอย่างไม่ลังเล การรออีกสองวันก็นับว่าเป็นผลดีต่อนางเช่นกัน
น้ำมันพริกในโอ่งดินมีห้าชั่ง เกินมานิดหน่อยแต่ก็ไม่น้อยกว่านั้น จึงคิดราคาเป็นห้าชั่ง
หลิวต้าก็เป็นคนใจกว้าง แม้แต่ค่าแป้งสามเหวินก็ไม่คิดเงิน
น้ำมันพริกห้าชั่งขายได้พอดีหกร้อยเหวิน หลินไป๋ไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน หากขายน้ำมันพริกต่อไปได้เรื่อย ๆ ต่อจากนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะอดตายแล้ว
หลินเหมียนเองก็ไม่คิดว่าหลิวต้าจะตัดสินใจรวบซื้อทั้งหมดอย่างรวดเร็ว นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีทีเดียว
ในเข่งยังมีกระต่ายป่าอีกสองตัว หลินเหมียนกับหลินไป๋หาที่ว่างตรงปากตลาด แล้ววางกระต่ายทั้งสองตัวลงบนพื้น
“กระต่ายป่าจับสด ๆ ขายถูก ๆ รีบมาซื้อกันเร็วเข้า”
หลินไป๋ได้ยินพี่สาวคนรองตะโกนก็หลุดหัวเราะพรืดออกมา พอนึกถึงคำว่า “สูตรลับสืบทอดจากบรรพบุรุษ” ที่นางพูดในร้านก๋วยเตี๋ยวเมื่อครู่ ก็ยิ่งหัวเราะจนหยุดไม่ได้
“พี่รอง ยิ่งนานวันพี่ยิ่งเก่งเรื่องหลอกคนแล้วนะ”
หลินเหมียนยื่นมือไปหยิกแขนเขาทีหนึ่ง นางไม่ได้หลอกใครเสียหน่อย ในแดนมิติเวลาหยุดนิ่ง กระต่ายพวกนี้ต่างจากกระต่ายที่เพิ่งจับมาอย่างไรเล่า
มีหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาดูกระต่ายสองตัวบนพื้น
“ขายถูกตัวละกี่เหวิน ถ้าถูกจริง ข้าจะซื้อทั้งสองตัวเลย”
หลินเหมียนก็อยากรีบขาย จะได้ไปซื้อข้าวของจำเป็นสำหรับที่บ้าน ตามปกติกระต่ายมีชีวิตหนึ่งตัวขายได้สามสิบเหวิน
