รังเกียจพี่น้องฉันกินเยอะ? ตัดญาติแยกบ้านแล้วจะเสียใจ

ตอนที่ 4 ย้ายบ้าน

7 นาที· 1.6K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

หลินเหมียนช่วยหลินไป๋ใช้ผ้าผูกผมด้านหลังเช่นเดียวกัน และกำชับเขาว่าก่อนล้างมือห้ามเอามือไปจับตาเด็ดขาด

กำชับทั้งสองคนเสร็จก็เริ่มเก็บพริก ความเร็วนั้นเร็วกว่าคนเดียวทำชัดเจน

“พี่รอง เร็วมา!”

เพิ่งเก็บได้ไม่นาน ก็ได้ยินหลินซงตะโกนดังขึ้น

หลินเหมียนและหลินไป๋รีบออกมาจากแปลงพริก ออกมาก็เห็นหลินซงและหลินถงกําลังนั่งยองๆ ดูอยู่ริมหลุมพรางที่ขุดไว้

หญ้าที่ปูไว้บนหลุมพรางนั้นตกลงไปในหลุมแล้ว บนแผ่นไม้ไผ่ที่เหลาแหลมในหลุม มีกระต่ายตัวหนึ่งถูกเสียบทะลุท้อง

“พี่รอง ท่านเก่งจริงๆ ครั้งนี้ครอบครัวเราขายได้เงินเพิ่มอีกแล้ว”

“เงิน”

หลินถงก็คือเสียงสะท้อนของหลินซง หลินซงพูดอะไรเขาก็มักจะตามพูดคําสุดท้ายเสมอ

หลินไป๋ยกกระต่ายขึ้นจากหลุมส่งให้หลินเหมียน ดูท่าทางคงยอมรับการมีอยู่ของแดนมิติแล้ว รู้ว่าต้องเก็บไว้ในแดนมิติ

“พี่รอง พรุ่งนี้พวกเรามาครั้งหน้า เอาจอบมาด้วย ขุดเพิ่มอีกหลายๆ หลุม”

หลินเหมียนตอบรับแต่โดยดี ก่อนหน้านี้นางมาขุดไม่ได้เพราะกลัวยายผู้เฒ่าหลินจะคิดอะไร แต่ตอนนี้แยกครอบครัวแล้วของตนเองก็มี ต้องเอามาขุดเพิ่มแน่

จัดแจงหลุมพรางปูใหม่ กําชับหลินซงให้พาหลินถงอย่าไปไกลเป็นอันขาด แล้วก็เริ่มเก็บพริกอีกครั้ง

จนกระทั่งดวงอาทิตย์จะตกดินถึงได้หยุด หลินเหมียนมองดูแปลงพริกผืนนี้ มีหลินไป๋ช่วย อีกไม่เกินสองวันก็เก็บได้หมดแล้ว

เช่นเดิม ลงเขาพลางเก็บฟืนไปด้วย ต้องเก็บเพิ่มไว้ใช้ในบ้านตนเอง

หลินถงมองดูตะกร้าที่พี่ชายและพี่สาวแบกไว้ เขาเดินไปดึงมือหลินเหมียน

คนตัวเล็กนิดเดียว สูงแค่เข่าของหลินเหมียน

หลินเหมียนก้มลงอุ้มหลินถงขึ้น เขาชี้ไปที่ตะกร้าบนหลังหลินไป๋และหลินซง

หลินเหมียนเข้าใจยิ้ม “เจ้าอยากได้ตะกร้าสักใบใช่หรือไม่”

หลินถงพยักหน้าหงึกๆ แรงๆ หลินไป๋ที่อยู่ข้างหน้าได้ยิน ก็เริ่มเก็บกิ่งไม้เล็กๆ

ยามที่พี่น้องหลายคนกลับถึงบ้านตระกูลหลิน ฟ้าก็เริ่มพลบคํ่าแล้ว

หลินเหมียนยังคงใส่ไข่และผักป่าทําซุปเกี๊ยวก้อน

เพิ่งทําเสร็จเรียกหลินไป๋มายก ยายผู้เฒ่าหลินก็มายังโรงครัว

“ผลไม้ที่เข้าไปเก็บจากเขาเมื่อบ่ายล่ะ ไปเอามาให้ข้าเร็ว”

หลินเหมียนตักชามสุดท้ายเสร็จ ลุกขึ้นยืนมองยายผู้เฒ่าหลินด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ท่านย่า ท่านคงลืมกระมัง เมื่อเช้าพวกเราแยกครอบครัวกันแล้ว”

ยายผู้เฒ่าหลินไม่คาดคิดว่าหลินเหมียนจะกล้าพูดกับนางเช่นนี้ ที่นางมาขอนี่ก็เพราะรู้ว่าหลินเหมียนนิสัยอ่อนแอง่ายแก่การควบคุม แม้แยกครอบครัวไปแล้วนางก็ยังออกคําสั่งได้เหมือนเดิม

“ก่อกบฏแล้วเจ้าหรือ กล้าพูดกับย่าเจ้าเช่นนี้”

หลินไป๋เข้ามาในโรงครัว ก็ได้ยินคํานี้ของยายผู้เฒ่าหลิน เกรงว่าพี่รองจะถูกข่มเหงอีก จึงเข้าไปบังตรงหน้าเลย

ยายผู้เฒ่าหลินมองหลินไป๋ที่จ้องเขม็งมาด้วยความโกรธ นางยกแขนขึ้นตรงๆ

ตาประมาณว่าฝ่ามือกําลังจะปะทะใบหน้าหลินไป๋ หลินเหมียนก็จับเอาไว้แน่นด้วยมือเดียว นัยน์ตาคมกริบจ้องยายผู้เฒ่าหลิน

“ท่านย่า เมื่อเช้าท่านเพิ่งให้หลินเฟิงเขียนสัญญา เดี๋ยวนี้ก็ลืมเสียแล้วหรือ หากลืมก็กลับไปเรือน ให้หลินเฟิงอ่านให้ท่านฟังดีๆ”

ยายผู้เฒ่าหลินถูกแววตาหลินเหมียนทําให้ตกตะลึงยืนแข็งคาที่ นี่ยังเป็นหลินเหมียนที่ถูกตีไม่ตอบ ถูกด่าไม่โต้กลับอยู่หรือ

รู้อย่างนี้ คงต้องขายนางไปเหมือนหลินจือแล้วค่อยแยกครอบครัว ให้นางไม่มีวันพลิกชะตาได้ตลอดชีวิต

ยายผู้เฒ่าหลินในใจยิ่งอึดอัด สาปแช่งพวกเขาให้อดตายเร็วๆ จึงจะดี

ฟ้ามืดสนิทแล้ว ในโรงเรือนด้านข้างของบ้านตระกูลหลินจุดตะเกียงนํ้ามันสว่าง

หลินไป๋กินข้าวเสร็จก็สานตะกร้าให้หลินถง ตามขนาดตัวเขา สานใบเล็กๆ ก็พอ

หลินเหมียนหยอกล้อเล่นกับเด็กเล็กทั้งสอง เด็กน้อยทั้งสองหัวเราะฮ่าๆ

หลินไป๋พลางสานตะกร้า ใบหน้าเปื้อนยิ้ม พี่น้องหลายคนไม่เคยมีความสุขเช่นนี้มานานแล้ว

‘ปังๆๆ’ ประตูใหญ่ถูกเคาะดังสนั่น เป็นหลินชางโหย่วกลับมา บอกว่าเรือนซ่อมเสร็จแล้ว

ยายผู้เฒ่าหลินฟังจบก็ดึงเปิดประตูห้องของหลินเหมียนพวกเขาพอดี ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าคลํ้าทึม

“เก็บของ ย้ายออกไปเร็ว”

ว่าแล้วกระแทกประตูจากไป

หลินไป๋สานตะกร้าถึงปลายสําเร็จ มองดูหลินเหมียน

“พี่รอง ทําอย่างไรดี”

“ย้าย”

หลินเหมียนเอ่ยเพียงคําเดียว พี่น้องหลายคนเริ่มเก็บของ

แท้จริงก็ไม่มีอะไรให้เก็บเท่าไร หมอนผ้าห่มเก่าคนละผืน เสื้อผ้าคนละชุดเป็นเสื้อบุเก่าหยาบสวมทับกันตัวนอกสุด กระทั่งเสื้อเปลี่ยนยังไม่มี

หลินไป๋นําเชือกปอมา มีของที่ต้องเอาไปมัดทีละอย่าง ใส่ลงตะกร้า

ของในห้องเก็บเสร็จ ก็ไม่ลืมเอาฟืนที่เก็บมาในวันนี้มัดไว้ด้วย

พี่น้องหลายคนแบกตะกร้าบนหลังจนหลังโก่ง กระทั่งหลินถงตัวน้อย ในตะกร้าใหม่สานเล็กๆ ก็ใส่เต็มแล้ว

เดินออกจากประตูโรงเรือนข้าง คุณพ่อเฒ่าหลิน ยายผู้เฒ่าหลิน ยังมีครอบครัวหลินชางโหย่ว ต่างยืนอยู่กลางลานบ้าน

ทั้งที่เดิมเป็นครอบครัวสายเลือดเดียวกัน แต่บัดนี้กลับร้อนรนถึงปานนี้ที่จะขับไล่พวกเขาออกจากประตู

ทว่าหลินเหมียนรู้ดี ไม่ช้าก็เร็วสักวันพวกเขาจะต้องตรอมใจจนลําไส้ขาดแน่

เพิ่งเดินออกจากหน้าประตูใหญ่บ้านตระกูลหลิน ประตูใหญ่ก็ ‘ปัง’ ดังขึ้นครั้งหนึ่งถูกปิด

พี่น้องหลายคนไม่หันกลับมา ไม่มีใครเห็นค่าที่จะยินดีในบ้านที่กดดันจนหายใจไม่ออกนี้ มุ่งตรงไปยังสุดหมู่บ้าน

ท่านปู่รองของบ้านตระกูลหลินล่วงลับไปกว่าสามสิบปีแล้ว เรือนนี้ไม่เคยมีใครมาดูแล ความจริงวันเดียวจะซ่อมเสร็จได้อย่างไร

ประตูเรือนเปิดออก ดัง ‘อี้ยา’ (เสียงบานพับเก่า) ยังไม่ทันดูเรือนให้ละเอียด ก็มุ่งตรงไปห้องโถงใหญ่

เปิดประตูห้อง เรือนใหญ่วังเวงด้วยไอเย็น อากาศใกล้จะเดือนสิบเอ็ด หากไม่ติดเตาให้ความอบอุ่นแก่เรือน ก็หนาวจนคนสั่นสะท้าน

หลินไป๋นําตะเกียงนํ้ามันออกมาจุด ในห้องโถงมีโต๊ะตัวหนึ่ง ม้านั่งสองตัว ด้านขวามือยังมีห้องอีกหนึ่ง

ภายในห้องมีแท่นนอนขนาดใหญ่ กว้างใหญ่กว่าเรือนข้างของบ้านตระกูลหลินเท่าตัว

“หลินไป๋ เจ้าไปจุดเตา ข้าจะทําความสะอาดแท่นนอน”

หาผ้าเก่าในตะกร้าได้ผืนหนึ่ง ไม่มีนํ้า ได้แต่เช็ดแห้งๆ บนแท่นนอนมีฝุ่นหนาเป็นชั้น ทําให้หลินเหมียนสําลักจนจาม

หลินซงพาหลินถงเอาของในตะกร้าออกมาทีละอย่าง ของที่ยกไม่ไหวยังพยายามสองคนหิ้ว

หลินถงยกไม่ไหว ล้มลงนั่งกับพื้นโดยตรง แต่ไม่ร้อง กลับหัวเราะคิกคักขึ้นมา

ฝุ่นบนแท่นนอนอยากจะเช็ดให้หมดเกลี้ยงเห็นจะเป็นไปไม่ได้ คงต้องรอพรุ่งนี้ไปหาบนํ้ากลับมา แล้วจึงค่อยเก็บกวาดให้หมดจด

หลินไป๋ทางนี้ใส่ฟืนลงเตาจุดไฟแล้ว ด้านเตาตั้งทางนู้นก็จะมีควันพุ่งพรวดออกมา

แท่นนอนนี้เก่าปีมากเกินไปแล้ว แน่นอนว่าใช้งานไม่ได้ คืนนี้คงไม่ได้นอนแท่นร้อนๆ

เปิดประตูให้ควันจางหายไป ในเรือนก็ยิ่งหนาว ได้แต่สองคนนอนใต้ผ้าห่มผืนเดียว กอดกันนอน

หลินเหมียนกอดหลินถง หลินไป๋กอดหลินซง

ตัวเพิ่งรู้สึกอุ่นขึ้นเล็กน้อย ศีรษะก็มีลมเย็นพัดผ่าน เงยหน้าขึ้นมอง กระดาษกรุหน้าต่างเก่ามีรูพรุนนับไม่ถ้วน

หลินเหมียนถอนหายใจเงียบๆ นอนเถิด หลับไปก็ไม่หนาวแล้ว

ฟ้าสางแล้ว พี่น้องสี่คนก็ตื่นกันหมดแล้ว แท่นนอนนี้ทั้งกระด้างทั้งเย็น ไม่ต่างอะไรกับการนอนบนพื้น

หลินไป๋ลุกขึ้นก็ถือโอ่งดินนํ้าไปตักนํ้าที่ริมแม่นํ้า กลับมาก็เริ่มรื้อแท่นนอน วันนี้จะต้องทําให้แท่นนอนนี้ร้อนให้ได้ นอนต่ออีกคืนจะหนาวจนล้มป่วย

หลินซงและหลินถงคอยช่วยหลินไป๋ทํางาน หลินเหมียนไปโรงครัวทําอาหาร

เรือนนี้ไม่ใหญ่ แต่ด้านซ้ายขวาต่างมีห้องหนึ่ง ห้องซ้ายเป็นโรงครัว ห้องขวาเป็นเรือนข้าง

ชําเลืองดูเรือนข้าง เรือนข้างว่างเปล่า แม้แต่แท่นนอนก็ไม่มี

บนเตาไฟของโรงครัวไม่มีกระทะ หลินเหมียนนํากระทะเก่าที่แบ่งกันมา ใหญ่น้อยพอเหมาะพอดี

ตั้งนํ้าร้อนก่อนหนึ่งกระทะ เช็ดโรงครัวให้สะอาด หลินเหมียนจึงเริ่มทําอาหาร

ต้มโจ๊กข้าวกล้องหนึ่งหม้อ แล้วเอาผักป่าออกมาจากแดนมิติอีกสองกําลวกนํ้า ใช้มีดตีกระเทียมเพิ่มหลายกลีบ ใส่รวมกันผัด

ในแดนมิติมีผักป่า ผักกุยช่ายป่า เห็ด เขากุย (เห็ดชนิดหนึ่ง) ยังมีผลไม้สีแดง ต่างกองสุมอยู่ไม่น้อย

เวลาในแดนมิติหยุดนิ่ง เก็บไว้นานแค่ไหนก็ไม่เน่าเสีย พอฤดูหนาวมาถึงค่อยเอาไปขายในเมือง ขายได้เงินไม่น้อย

“ก๊ง” เสียงดังแสบแก้วหูขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัว หลินเหมียนตกใจสะดุ้งเฮือก เดินออกจากโรงครัวฟังดู ไม่รู้ว่าสะใภ้บ้านข้างๆ สกุลจางลูกชายทําอะไร นางกําลังด่าลูกชาย

หันตัวกลับไปโรงครัว เพิ่งตักกับข้าวออกจากกระทะ ประตูใหญ่ก็ถูกเคาะดังอีกครั้ง

บัญชีรายรับรายจ่ายของหลินเหมียน: ขายไก่ได้เงิน 50 อีแปะ ใช้จ่าย 20 อีแปะ เหลือ 40 อีแปะ

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป