พอเกี่ยวข้องกับคนแซ่หนาน เรื่องก็ไม่ใช่แค่เงิน ๆ ทอง ๆ อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องอำนาจต่างหาก
มิน่าล่ะ ชายคนนั้นถึงบอกว่าถ้าผู้ชายตรงหน้าไม่พยักหน้า เขาคงใช้ชีวิตในภาคเหนือได้อย่างยากลำบากแน่
“เรื่องวันนี้ผมเสียมารยาทไปหน่อย ขอโทษคุณด้วยครับ” เหยียนโม่เป็นคนที่รู้จักยืดหยุ่นตามสถานการณ์ในแวดวงธุรกิจมาโดยตลอด
เขาคิดแค่ว่าวันนี้ตัวเองทำท่าทีไม่ดีกับหนานเฉิง ไม่ได้คิดเลยสักนิดว่าเกี่ยวกับเธอ
หนานเฉิงใช้นิ้วโป้งแตะด้ามดาบ ชี้ไปยังมือข้างที่เหยียนโม่เคยจับเธอไว้ “ไม่จำเป็น แค่ทิ้งมือนั่นไว้ก็พอ”
……
บ้านดีขนาดนี้แต่กลับให้เธอเช่าในราคาถูก ทำให้เธอรู้สึกเกรงใจมาก ตอนโอนค่าเช่าให้เขา เธอจงใจเพิ่มเงินเป็นสองเท่า นี่เป็นค่าเช่าสูงสุดที่เธอจ่ายไหวในตอนนี้แล้ว แต่หลังจากหนานเฉิงรับเงิน เขาก็ตอบกลับมาว่าได้รับค่าเช่าสองเดือนแล้ว
เธออยากอธิบายให้เขาฟัง แต่เขาก็เปลี่ยนเรื่องอย่างไม่ใส่ใจ
หลังย้ายที่อยู่ เธอกลับไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างที่คิด
บ้านหลังนี้มีเธออยู่คนเดียว หนานเฉิงนาน ๆ ถึงจะแวะมาหาเพื่อกินข้าวคุยกันสักครั้ง ทุกครั้งที่มา เขาจะส่งข้อความมาถามก่อนและรอให้เธออนุญาต
งานของเธอก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง
ทุกอย่างราบรื่นจนน่าเหลือเชื่อ เพื่อนร่วมงานเป็นมิตร ส่วนหัวหน้าก็ไม่เคยตำหนิเธอ
บางครั้งเธอได้ยินข่าวลือเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับเจ้าของบริษัทที่ไม่เคยพบหน้ากันจากมุมชงชา
ได้ยินว่าเขายังหนุ่มก็ประสบความสำเร็จแล้ว อีกทั้งมีภูมิหลังไม่ธรรมดา ซื้อบริษัทนี้ไว้เหมือนแค่เล่น ๆ จึงไม่เข้มงวดกับพนักงานนัก
