คุณปิดฝาแก้ว ไม่พูดอะไร
“ถึงก่อนหน้านี้ฉันจะเคยแซวว่า ต่อให้คบกับสวี่จี้หรานสักครั้งก็ไม่เสียหายอะไร” น้ำเสียงของหลินเสี่ยวฮวาจริงจังขึ้น “แต่ได้ยินมาว่าครอบครัวเขาค่อนข้างซับซ้อน ถ้าโรงเรียนจับได้ เขาอาจไม่เป็นไร แต่เธอจะกลายเป็นคนซวยแทน”
“เพื่อนร่วมโต๊ะ ฉันรู้ว่าเธอไม่สนใจเรื่องแบบนี้ แต่ก็อยากเตือนสักหน่อย ถ้าคิดว่าฉันน่ารำคาญ ก็ทำเหมือนไม่ได้ยินที่ฉันพูดแล้วกัน”
“ขอบใจนะ เสี่ยวฮวา”
คุณมีสีหน้าจริงจัง
ในใจกำลังคิดถึงคำพูดของเธอ บางทีคุณก็ควรพูดให้ชัดเจนจริง ๆ
……
ยามเย็น คุณทำโจทย์อยู่ในห้องสมุดตามปกติ
สวี่จี้หรานฟุบหลับอยู่ข้าง ๆ ความรู้ในคาบเรียนก็ทำเอาเขาแทบเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงงานที่เพิ่มเข้ามานอกเวลาเรียน
คุณมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสะกิดข้อศอกเรียกให้ตื่น
ความหงุดหงิดจากการถูกปลุกอย่างกะทันหันพลันหายไปทันทีเมื่อเห็นคุณ สวี่จี้หรานนวดขมับแล้วหันมามองอย่างสงสัย “มีอะไรเหรอ เบบี๋?”
“……”
คุณหยิบโทรศัพท์ออกมา ส่งสัญญาณว่าจะคุยกันแบบนี้ แล้วพิมพ์ข้อความส่งให้เขา
[เราคุยกันหน่อย]
สวี่จี้หรานยิ้ม แล้วเชื่อฟังไม่พูดต่อ เปลี่ยนมาเล่น “เกมข้อความ” กับคุณแทน
[คุยเรื่องอะไร?]
คุณ: [เป้าหมายของฉันในโรงเรียนชัดเจนมาก ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ฉันไม่มีความคิดจะคบใครก่อนวัยอันควร]
เขา: [ฉันรู้อยู่แล้วนี่ ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าต้องคบกับฉัน]
เหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ …
ความคิดของคุณสะดุดไปชั่วครู่ ก่อนจะกลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว
คุณ: [ห้ามกระทบการเรียนต่อของฉัน]
เขา: [ฉันไม่ได้กระทบเธอสักหน่อยนี่? เธอเป็นคนตกลงให้ฉันมาขอคำแนะนำเองไม่ใช่เหรอ เบบี๋]
คุณติดอ่างอีกครั้ง
นิ้วค้างอยู่เหนือหน้าจอ จู่ ๆ ก็ลืมไปว่าจะพูดอะไร
เขา: [อีกอย่าง ถ้าจะพูดถึงคนที่กระทบเธอจริง ๆ คนนั้นชื่อหลู่เหรินต่างหาก ลองคิดดูสิ คะแนนฉันยังไม่เอาไหน จะไปเป็นภัยคุกคามอะไรได้ แต่เขาเป็นอันดับสองของชั้นปีนะ ไม่แน่ว่าที่เข้าหาเธอก็เพื่อหาทางเอาชนะเธอก็ได้]
