ลู่เสวียนอยากกระโดดลงจากรถจริง ๆ เมื่อครู่เขาอธิบายไปเสียเปล่า!
ซูชิงเหอยื่นปากเล็กน้อย ก้มมองตัวเองแวบหนึ่งก่อนถามว่า “พวกผู้ชายชอบแบบนั้นกันหมดเลยหรือเปล่า... แบบใหญ่ ๆ น่ะ?”
“จริง ๆ เธอไม่ต้องเก็บมาใส่ใจหรอก...”
ลู่เสวียนเข้าใจว่าทำไมเมื่อครู่เธอถึงก้มมอง จึงปลอบว่า “นี่เป็นปัญหาเรื่องฮอร์โมน ยังพัฒนาได้อีก เธอไม่ได้เล็ก แค่เรียกว่าไม่ใหญ่เท่านั้น”
ใบหน้าซูชิงเหอแดงก่ำ เธอพูดอย่างขุ่นเคืองว่า “เมื่อกี้ฉันยังชมอยู่เลยว่านายพูดจาเก่ง!”
“เอ่อ...”
ลู่เสวียนไม่กล้าพูดอะไรอีก
กระทั่งถึงโรงพยาบาล ซูชิงเหอก็ไม่พูดอะไรอีก ดูท่าเธอจะใส่ใจเรื่องนี้มากจริง ๆ!
หลินชิงซานอยู่ในห้องผู้ป่วยด้วย พอเห็นลู่เสวียนก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “เสี่ยวมู่ร้อนใจอยากออกจากโรงพยาบาล นายช่วยตรวจเธอให้ละเอียดอีกครั้งสิ”
ลู่เสวียนรู้สึกเป็นเกียรติจนทำตัวไม่ถูก “ผู้อาวุโสหลิน มีท่านอยู่ที่นี่ ผมจะมีโอกาสแสดงฝีมือได้อย่างไรครับ!”
หลินชิงซานกล่าวอย่างจริงจังว่า “วิธีการรักษาของนายแตกต่างจากวิชาแพทย์แผนเดิม ทั้งหมดเป็นเคล็ดวิชาประจำตระกูล ฉันไม่ควรเข้าไปยุ่งส่งเดช อีกอย่างฉันต้องรีบกลับไปที่มณฑล การรักษาต่อจากนี้ต้องฝากนายแล้ว”
เมื่อลู่เสวียนเห็นว่าหลินชิงซานยกย่องเขาถึงเพียงนี้ จึงไม่ปฏิเสธอีก เขาเดินไปข้างเตียงคนไข้แล้วมองใบหน้าซูมู่
แม้สีหน้าซูมู่จะดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังดูอ่อนเพลียอยู่ไม่น้อย
“ฉันออกจากโรงพยาบาลได้หรือยัง?”
น้ำเสียงของซูมู่เย็นชา ใบหน้างดงามไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ
ลู่เสวียนไม่ใส่ใจกับท่าทีของเธอ ถามว่า “ตอนนี้รู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้าง?”
