“คุณทำอะไรน่ะ!”
ซูมู่มองใบหน้าที่อยู่ใกล้เพียงคืบ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเป็นชายที่ปะทะเข้ามา ใบหน้าพลันแดงก่ำขึ้นมาทันที
“พวกคุณเห็นแล้วใช่ไหม นี่คือการต่อต้านจากใจจริง หรือจะพูดว่าเป็นการหลบเลี่ยงก็ได้!”
ลู่เสวียนหันกลับไปมองหลินชิงซานกับซูชิงเหอ ที่แท้เมื่อครู่เขาแค่กำลังพิสูจน์คำพูดของตัวเอง
ทั้งสองคนเข้าใจขึ้นมาทันที แต่ไม่มีใครพูดอะไร เพราะไม่อยากทำให้ซูมู่กระอักกระอ่วนไปกว่านี้
“ผมพูดได้แค่นี้ ต่อไปจะจับชีพจรให้คุณ ถ้าคุณไม่สบายใจ ผมก็จะถือว่าคุณเป็นคนรักความสะอาดจัดแล้วกัน!”
ลู่เสวียนหยิบกระดาษทิชชูมารองข้อมือซูมู่ ก่อนวางมือลงไปบนกระดาษ…
“แบบนี้…ก็ได้ด้วยเหรอ?”
หลินชิงซานกับซูชิงเหอต่างตกตะลึง
“สมัยโบราณยังมีการจับชีพจรผ่านเส้นไหมเลย ผมแค่รองกระดาษไว้แผ่นเดียว ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่ตรงไหน! นี่เป็นวิชาลับของตระกูลผม ใช้ปราณตรวจชีพจร!”
ลู่เสวียนเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ วันนี้เขาต้องแสดงฝีมือให้ซูมู่เห็นให้ได้!
แต่ที่จริงแล้ว วิธีใช้ปราณตรวจชีพจรที่ว่าก็เป็นแค่คำพูดเหลวไหลของเขา วิชาที่เขาจะใช้คือวิชาสังเกตปราณของวิชาเนตรสวรรค์ ส่วนท่าทางที่ขยับมือไปมานั้นก็แค่แสดงให้หลินชิงซานดู ไม่อย่างนั้นคงอธิบายไม่ได้
“เหลือเชื่อจริง ๆ!”
หลินชิงซานเอ่ยอย่างทึ่งไม่หาย…
ซูมู่จ้องลู่เสวียนอย่างเหม่อลอย จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าใบหน้าของเขามีรัศมีลึกลับเพิ่มขึ้นมา
เธอเกลียดลู่เสวียนจากก้นบึ้งของหัวใจจริง ๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขามีเสน่ห์แบบผู้ชาย ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เธอประหม่าและหวาดหวั่น กลัวเหลือเกินว่าลู่เสวียนจะมองอะไรออกอีก…
