ถวนจึแกว่งหางคลอเคลียขาของหลินอันอัน พลางส่งเสียงครางในคอ ดูน่ารักน่าชังยิ่งนัก
ฉู่หมิงโจวช่วยถอดผ้าพันคอให้หลินอันอัน “หิวหรือยัง”
“อืม” หลินอันอันพยักหน้า ล้างมือแล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหาร
“เกี๊ยวมาแล้วจ้า~”
สำหรับคนที่เหนื่อยมาทั้งวัน เกี๊ยวร้อน ๆ จิ้มน้ำส้มสายชูหอม ๆ นี่ช่างหอมจนแทบจะมึนเมาได้เลยทีเดียว
หลินจื่อหวยยกแก้วขึ้น “มา พวกเราชนแก้วกัน! อวยพรให้ฉันกับตู้เจวียนย้ายบ้านใหม่ ให้พี่สาวกับพี่เขยของฉันอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า และให้เสี่ยวหลานกับเสี่ยวอวี่ฉลาดเฉลียว!”
“ดีเลย!” ฉู่หมิงอวี่มองซ้ายมองขวา ก่อนจะยกชามเล็กตรงหน้าขึ้นมา แต่เพราะตัวเล็กเกินไป โจ๊กข้าวโพดในชามก็เลยกระเพื่อมเป็นระลอก
“สองสามวันนี้ฉันจะทำความสะอาดบ้านให้ดี เสร็จแล้วก็จะย้ายเข้าไปอยู่กับตู้เจวียนก่อน เดือนหน้าต้นเดือนคณะศิลปินมีภารกิจ เราคงไม่มีเวลาแล้ว ต้องลงพื้นที่แสดง”
หลินอันอันจิบน้ำซุป “ไม่เป็นไร ตอนนี้พวกนายกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ต้องให้ความสำคัญกับหน้าที่การงานก่อน งานฉันเบาที่สุด เรื่องบ้านฉันช่วยดูแลให้ได้ ขาดเหลืออะไรฉันไปซื้อให้เอง”
“พี่ ร่างกายพี่ไม่สะดวกนะ”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวรอให้เสี่ยวหลานกับเสี่ยวอวี่หยุดเรียนก่อนค่อยไป”
“ก็ได้”
หลินอันอันไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ สุดท้ายจะลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่…
เช้าวันเสาร์
หลินอันอันถูกเจ้าตัวเล็กสองคนออดอ้อนไม่หยุด เลยว่าจะไปร้านค้าสหกรณ์ก่อน แล้วค่อยหยิบกุญแจสำรองบ้านของหลินจื่อหวยไปที่หอพักรวม
