เดือนมีนาคมกับเมษายนผลัดกัน ภาคตะวันตกเฉียงเหนือก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างเป็นทางการ
หิมะที่เหลืออยู่หดตัวกลายเป็นหย่อมด่างพร้อย เผยให้เห็นผืนดินสีน้ำตาลด้านล่าง ต้นจีจีเฉ่าที่ถูกหิมะทับถมมาตลอดฤดูหนาวเริ่มชูยอดพ้นจากดิน ใบบางยังติดเกล็ดน้ำแข็ง เป็นประกายวับวามราวดวงดาวเมื่อต้องแสงแดด
ดอกเอี๊ยงป่าเองก็ใจร้อน ไม่รอให้ใบผลิเต็มที่ ก็พากันเบ่งบานสะพรั่งเต็มกิ่งก้าน กลีบสีขาวอมชมพูถูกลมโชยพาให้ร่วงโปรยปราย กลายเป็นทิวทัศน์ที่มีเอกลักษณ์
ฤดูใบไม้ผลิของภาคตะวันตกเฉียงเหนือก็เหมือนกับผู้คนแถบนี้ ไม่เคยอ่อนโยน แต่ว่าเมล็ดพันธุ์ทุกเมล็ดที่งอกจากดิน ดอกไม้ใบหญ้าทุกดอกที่เบ่งบาน สายลมทุกระรอกที่พัดผ่าน ล้วนประกาศถึงพลังของชีวิต
“พี่สะใภ้ มาดูเร็วเข้า”
วันนี้ตรงกับวันเสาร์ ฉู่หมิงหลานตื่นแต่เช้าไปทำงานบ้าน เพียงแต่ข้างบ้านตระกูลหวังเสียงดังเอะอะมาก แม้แต่ในลานบ้านพวกเธอยังได้ยินเสียงไม่เบา
ฉู่หมิงหลานก็ไม่กล้าไปดูตามลำพัง ได้แต่ชะโงกหน้าออกไปดูตรงประตูเป็นระยะๆ ก็ไม่เห็นอะไร
“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้น”
หลินอันอันเปิดประตูออกไป ในซอยยืนอยู่แต่เพื่อนบ้านมากมาย ต่างมุงดูเรื่องสนุกกัน
“โอ๊ย อย่าเอ่ยเลย ก็ต้องโทษปากของอาหวังนั่นแหละ ตอนนี้เลยทำร้ายให้หวังหู่โดนลงโทษปลดประจำการ คุณงามความดีที่คนบ้านหวังสองรุ่นสั่งสมมา พังหมดเพราะน้ำมือยายแก่นี่”
“นั่นสิ นี่มันกี่ปีแล้ว ปากของเธอไม่รู้จักพัฒนาขึ้นบ้างเลย คราวนี้เจอไม้แข็งเข้าละ”
