รถทหารจอดเทียบด้านหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ เฉียวเหยียน รัฐมนตรีเฉียว ยืนชะเง้ออยู่บนขั้นบันได เห็นได้ชัดว่ากำลังรอหลินอันอัน
เขาเห็นว่าฉู่หมิงโจวเป็นคนขับรถมาส่งหลินอันอัน รอยยิ้มสดใสก็ผุดขึ้นบนใบหน้า “ผู้การฉู่นี่... ลงทุนเป็นคนขับรถให้เองเลยหรือครับ”
ฉู่หมิงโจวผงกศีรษะให้เขาเล็กน้อย ไม่ได้มีทีท่าว่าจะเข้าไปข้างใน “คุยกันไปเถอะ ผมกลับไปเอานู่นนี่ที่กรมก่อน เดี๋ยวรอคุณในรถ”
“ค่ะ”
หลินอันอันเดินตามรัฐมนตรีเฉียวเข้าไปข้างใน หยิบเอกสารออกมา ตั้งใจจะให้เสร็จเร็วๆ “รัฐมนตรีเฉียวคะ ดูนี่นะคะ เรามีความคิดเห็นอะไรก็แจ้งมาได้เลย ถึงฉันจะเป็นที่ปรึกษาด้านวรรณกรรมที่กระทรวงวัฒนธรรมว่าจ้างมาก็จริง แต่ฉันก็เป็นตัวแทนของฝ่ายทหารด้วย ต้องยึดถือผลประโยชน์ทางทหารเป็นที่ตั้งแน่นอน”
“ดี ดี ดี”
ภายในห้องทำงานของรัฐมนตรีเฉียวยังมีคนนั่งอยู่หนึ่งคน
ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบสี่ห้าปี สันจมูกคาดแว่นกรอบทอง ดูมีมารยาท เขาคนนี้คือบัณฑิตเอกแห่งฝ่ายประชาสัมพันธ์ หัวหน้าฝ่ายวางแผน โจวหมิงหลี่
“นี่คือหัวหน้าโจว”
หลินอันอันทักทายกันเสร็จ ก็นั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม
“หัวหน้าโจวจะรับผิดชอบการติดต่อขออนุมัติในช่วงหลัง เรื่องนี้ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ทางทหารเพื่อสังคม พวกเราต้องรับประกันความบริสุทธิ์ของศิลปะการปฏิวัติ”
“สมควรแล้ว ลำบากมากครับ”
หลังรัฐมนตรีเฉียวอ่านเอกสารจบ แล้วปรึกษากับหัวหน้าโจวอยู่นาน หลินอันอันจึงเอ่ยปากบอกความในใจ “นิทรรศการสนับสนุนทหารในครั้งนี้ของกระทรวงวัฒนธรรมประจำมณฑล มีแต่ผลดีต่อทหารเราโดยไม่มีผลเสีย เมื่อทางทหารเราเลือกเข้าร่วมแล้ว ก็ควรแสดงจุดยืนออกมาให้เห็นบ้าง
ฉันเชื่อว่า เรื่องนี้จะมีประสิทธิภาพต่อการศึกษารักชาติด้วยการจำลองฉากเหตุการณ์ด้วยตัวเราเองมากกว่า แล้วอีกอย่าง นายทหารอย่างเราต่างหากที่เป็นตัวละครเอก ใครจะเข้าใจนายทหารได้ดีเท่านายทหารกัน...”
