ฉู่หมิงหลานแม้จะยังวางใจไม่เต็มร้อย แต่พอเห็นท่าทีแน่วแน่ของฉู่หมิงโจวแล้ว ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
เธอมองหลินอันอัน แล้วมองฉู่หมิงโจวอีกครั้ง ก่อนเอ่ยเสียงเบา “พี่ใหญ่ ระวังตัวด้วยนะ รีบกลับมาเร็ว ๆ”
ฉู่หมิงโจวพยักหน้า “หนูก็หยุดเรียนแล้ว อยู่บ้านช่วยทำงานบ้านให้มาก ๆ ดูแลพี่สะใภ้ให้ดี”
“หนูรู้แล้วค่ะพี่ใหญ่”
พูดจบ เธอก็เดินตามหลินจื่อหวยกับฉู่หมิงอวี่ไปที่ห้อง ก่อนเข้าห้องยังหันมามองฉู่หมิงโจวอีกครั้ง
พอทุกคนเข้าห้องไปแล้ว หลินอันอันก็อดกลั้นต่อไปไม่ไหวอีก รู้สึกอัดอั้นใจอย่างยิ่ง กระโจนเข้ากอดฉู่หมิงโจวไว้แน่น เสียงสะอื้น “หมิงโจว ใจฉันลอยค้างอยู่ตลอดเวลา หวาดกลัวเหลือเกิน...”
ฉู่หมิงโจวลูบหลังหลินอันอันเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยนลง “ไม่ต้องห่วง ไม่ใช่เรื่องใหญ่ นี่เป็นหน้าที่ของฉัน อย่างเก่งครึ่งเดือนก็กลับมาแล้ว”
หลินอันอันเงยหน้าขึ้นมองฉู่หมิงโจว แววตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา “ระวังตัวให้มาก ๆ นะ ใจฉันหวิว ๆ ยังไงก็ไม่รู้!”
นอกเหนือจากการกำชับให้เขาระวังตัวครั้งแล้วครั้งเล่า หลินอันอันก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี
เรื่องในกองทัพล้วนเป็นความลับ ต่อให้เธอเป็นภรรยาทหารก็ถามอะไรไม่ได้ ถามไปเธอก็ไม่เข้าใจ
ท่าทางของเธอทำให้ฉู่หมิงโจวปวดใจยิ่งนัก จึงรั้งตัวเธอเข้ามากอดแน่นขึ้น “ฉันรู้ อันอัน ฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองเป็นอะไรไปเด็ดขาด วางใจเถิด”
หลินอันอันปาดน้ำตา “ดีแล้ว หิวหรือเปล่า เก็บกับข้าวไว้ให้แล้ว เดี๋ยวฉันอุ่นให้”
“เธอนั่งก่อน ฉันจัดการเอง”
“อย่าเลย ให้ฉันจัดการเถอะ ฉันยังเตรียมเสบียงแห้งกับเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนให้อยู่ด้วย ดูสิว่ายังขาดอะไรอีก ฉันจะเก็บให้”
