ภายในห้องสอบหมายเลขยี่สิบสอง อักษรเสวียน
“พลังพรสวรรค์...หมดเกลี้ยงแล้ว...”
ใบหน้าของหลินชิงอวิ๋นซีดขาวราวกับคนตาย ข้อมือสั่นระริกไม่หยุด
เขาเคยมีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง จึงรู้ว่านี่เป็นสัญญาณว่าพลังพรสวรรค์ของตนถูกใช้จนหมดสิ้น!
หลินชิงอวิ๋นตระหนักแล้วว่า ด้วยปริมาณพลังพรสวรรค์ที่ตนมี ไม่มีทางเขียนบทกวีทั้งบทนี้จนจบได้!
เขาใช้มืออีกข้างจับมือขวาที่ถือพู่กันไว้ พยายามเขียนต่อ แต่พอมือสั่น หมึกหยดหนึ่งก็หยดลงบนกระดาษคำตอบ ซึมแผ่เป็นรอยหมึกเล็ก ๆ
หลินชิงอวิ๋นรู้สึกว่าตรงหน้ามืดลงเป็นระลอก ราวกับจะหมดสติได้ทุกเมื่อ
ในเวลานี้ ในใจเขามีเพียงความคิดเดียว
“ประเมินตัวเองสูงเกินไปจริง ๆ...”
บทกวีนี้เป็นผลงานชิ้นเอกของหลิ่วจงหยวน ทั้งยังเป็นวรรคทองที่สืบทอดมานับพันปี แล้วเด็กที่ยังไม่แม้แต่จะเป็นบัณฑิตเยาว์อย่างเขาในตอนนี้จะเขียนออกมาได้อย่างไร!
ในชั่วขณะก่อนที่เขาจะหมดสติ
จู่ ๆ หลินชิงอวิ๋นก็รู้สึกว่าม่านหน้าห้องสอบของตนถูกเปิดออก
เงาร่างหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามา วางฝ่ามือลงบนไหล่ของเขา
ทันใดนั้น พลังพรสวรรค์อันเข้มข้นสายหนึ่งก็ไหลจากไหล่ด้านหลังเข้าสู่ร่างของเขา!
หลินชิงอวิ๋นสะท้านไปทั้งร่าง
ร่างกายของเขาราวกับฟองน้ำแห้งผาก ดูดซับพลังพรสวรรค์สายนี้อย่างกระหายหิว ราวกับได้ดื่มน้ำทิพย์!
เพียงไม่กี่วินาที ความมืดในสายตาของหลินชิงอวิ๋นก็จางหาย ร่างกายกลับมามีพละกำลังอีกครั้ง
เขาหันกลับไป เห็นขุนนางหญิงในชุดขุนนางสีเขียวยืนอยู่ด้านหลัง
“ท่านนายอำเภอหาน?”
เมื่อเห็นเขามองมา หานอิงผู้เป็นนายอำเภอก็กล่าวอย่างอ่อนโยนและให้กำลังใจว่า “เขียนต่อเถิด เด็กน้อย”
เวลานี้ ซุนเสวียเจิ้งกับกรรมการสอบร่วมอีกหลายคนทยอยเปิดม่านห้องสอบแล้วเดินเข้ามา เมื่อเห็นภาพตรงหน้า สีหน้าของทุกคนก็เคร่งขรึมขึ้น ต่างเงียบงันและยืนรออยู่ด้านข้าง
— กฎการสอบขุนนางระบุไว้ว่า หากเกิดกรณีหายากที่พลังพรสวรรค์ของผู้เข้าสอบไม่เพียงพอจะเขียนผลงานชั้นยอดให้จบ กรรมการสอบมีหน้าที่ต้องมอบพลังพรสวรรค์ที่จำเป็นแก่ผู้เข้าสอบ เพื่อให้เขาเขียนผลงานจนเสร็จ!
